การบริการ
- เสริมจมูก
- เสริมจมูก
- ตัดปีกจมูก
- แก้ไขเสริมจมูก
- แก้ไขเสริมจมูก
- ขูดจมูกที่ฉีดซิลิโคน
- ถอดจมูกออก
- ทำตา 2 ชั้น
- ตัดถุงไขมันใต้ตา
- แก้ไขชั้นตาทำมาจากที่อื่น
- เย็บดึงหางตา
- เสริมเนื้อริมฝีปาก
- ตกแต่งริมฝีปากให้บางลง
- ตกแต่งริมฝีปากให้บางลง
- ยกริมฝีปากบน
- แก้ไขยิ้มเห็นเหงือก
- ทำลักยิ้ม
- ทำลักยิ้ม
- เสริมโหนกแก้ม
- ลดโหนกแก้มสูง
- ลดโหนกแก้มสูง
- ฉีดไขมันแก้ม
- ฉีดไขมันแก้ม-ขมับ
- ฉีดไขมันกระพุ้งแก้ม
- เสริมคาง
- ถอดคาง
- ขูดคางที่ฉีดซิลิโคนมา
- ดูดไขมันคาง
- แก้ไขคางที่เคยเสริมมาแล้ว
- แก้ไขคางบุ๋ม
- ตัดกระเดือก
- ตกแต่งสะดือ
- เสริมก้น สะโพก
- เสริมหน้าอก
- เสริมหน้าอก
- เสริมหน้าอก
- แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
- แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
- แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน
- ถอดนมที่เคยเสริมมาออก
- แก้ไขหัวนมบอด
- แก้ไขหัวนมบอด
- แต่งหัวนมให้เล็กลง
- แต่งปานนมให้เล็กลง
- แก้ไขหน้าอกที่ฉีดซิลิโคนมา
- แก้ไขผังผืดเต้านมแข็งตัว
- ผ่าตัดสร้างหัวนม
- ผ่าตัดสร้างหัวนม
- ตัดก้อนเต้านม
- ดูดไขมันหน้าอก
- ดึงหน้า
- ดึงคอ
- ดึงหน้าผาก
- ดูดไขมัน เฉพาะส่วน
- ดูดไขมัน เฉพาะส่วน
- ดูดไขมัน เฉพาะส่วน
- ฉีดไขมันก้น
- เหลาคาง แก้คางเหลี่ยม
- ตัดมุมกรามเข้านอกปาก
- ตัดมุมกรามเข้าในปาก
- เลื่อนกรามล่างแก้คางยื่น
- ตัดคางให้ยาวขึ้นหรือเล็กลง
- เสริมกรามด้วยซิลิโคนแผ่น
- ตัดไขมันหน้าท้อง
- ตัดไขมันหน้าท้อง
- ตกแต่งไขมันหน้าท้อง
- เลเซอร์ลดท้องลาย
- แปลงเพศชายเป็นหญิง
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- แปลงเพจากหญิงเป็นชาย
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASER
- ดูดไขมันเทคนิคใหม่ VASERประเภทบริการ
ซิลิโคนมาตราฐานทั่วไป
ซิลิโคนมาตราฐานพิเศษ
-
ซิลิโคนมาตราฐานทั่วไป
ซิลิโคนมาตราฐานพิเศษ
-
-
ชั้นหลบใน หนังตาตก
รอยย่นใต้ตา
-
-
ให้หนาขึ้น
ส่วนบนให้บางลง 1 ด้าน
ส่วนบน-ล่าง ให้บางลง
-
-
1 ข้าง
2 ข้าง
2 ข้าง
กรอกระดูก
ตัดยุบกระดูก
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
พัก รพ.3 คืน
ถุงนมมาตราฐานทั่วไป(พัก1วัน)
ถุงนมมาตราฐานพิเศษ(พัก1วัน)
ทรงหยดน้ำ พัก รพ.2 คืน
หย่อนยานมาก พัก รพ.2 คืน
หย่อนน้อยเย็บจีบหัวนมพัก1คืน
ลดขนาดหน้าอก พัก รพ.2 คืน
พัก รพ.1 คืน
1 ข้าง
2 ข้าง
-
-
พัก รพ.2 คืน
พัก รพ.1 คืน(คนไข้เก่า)
ข้างเดียว
สองข้าง
ชาย
-
พัก รพ.2 วัน
พัก รพ.1 วัน
พัก รพ.1 วัน
แขน 2 ข้าง พัก รพ.1 คืน
ท้อง หลัง เอว สะโพก(ไม่มาก) ต้นขาคิดเป็น2จุด(ด้านใน-นอก)
-
พัก รพ.1 คืน
พัก รพ.2 คืน
พัก รพ.2 คืน
พัก รพ.3 คืน
พัก รพ.2 คืน
พัก รพ. 1 คืน
ไม่เกิน 80 kg.พัก รพ.3 วัน
เกิน 80 kg.พัก รพ.4 วัน
ด้านล่าง พัก รพ.1 คืน
-
พัก รพ.14 วัน
ตัดเต้านม พัก รพ.2 วัน
ตัดเต้านมแบบแผลรูป T
ยึดท่อปัสสาวะปิดช่องคลอด
Step2 หลัง Laparoscopic
เตรียมท้องแขน ทำท่อปัสสาวะ
สร้างอวัยวะเพศชาย พัก 14 คืน
Penile ไม่รวมค่า Implant
Scrotal ไม่รวมค่า Implant
แขน 2 ข้าง
ท้อง ด้านบน
ท้อง ด้านล่าง
เอว ข้างละ
หลัง 2 ข้าง
ขา ด้านนอก
ขา ด้านใน
น่อง 2 ข้างค่าใช้จ่าย
ราคา 9,900 บาท
ราคา 15,000 บาท
ราคา 8,000 บาท
ราคา 15,000 บาท
ราคา 20,000 บาท
ราคา 9,000 บาท
ราคา 5,000 บาท
ราคา 9,500 บาท
ราคา 9,500 บาท
ราคา 15,000 บาท
ราคา 6,000 บาท
ราคา 16,000 บาท
ราคา 10,000 นาท
ราคา 20,000 บาท
ราคา 18,000 บาท
ราคา 16,000 บาท
ราคา 9,000 บาท
ราคา 15,000 บาท
ราคา 30,000 บาท
ราคา 45,000 บาท
ราคา 68,000 บาท
ราคา 15,000 บาท
ราคา 19,000 บาท
ราคา 20,000 บาท
ราคา 18,000 บาท
ราคา 5,000 บาท
ราคา 12,000 บาท
ราคา 14,000 บาท
ราคา 20,000 บาท
ราคา 16,000 บาท
ราคา 16,000 บาท
ราคา 12,000 บาท
ราคา 110,000 บาท
ราคา 60,000 บาท
ราคา 80,000 บาท
ราคา 125,000 บาท
ราคา 58,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 65,000 บาท
ราคา 25,000 บาท
ราคา 12,000 บาท
ราคา 18,000 บาท
ราคา 12,000 บาท
ราคา 18,000 บาท
ราคา 60,000 บาท
ราคา 28,000 บาท
ราคา 10,000 บาท
ราคา 16,000 บาท
ราคา 45,000 บาท
ราคา 45,000 บาท
ราคา 55,000 บาท
ราคา 35,000 บาท
ราคา 35,000 บาท
ราคา 30,000 บาท/จุด
ราคา 30,000 บาท/จุด
ราคา 30,000 บาท/จุด
ราคา 33,000 บาท
ราคา 33,000 บาท
ราคา 45,000 บาท
ราคา 55,000 บาท
ราคา 85,000 บาท
ราคา 54,000 บาท
ราคา 36,000 บาท
ราคา 68,000 บาท
ราคา 82,000 บาท
ราคา 48,000 บาท
ราคา 22,000 บาท
ราคา 125,000 บาท
ราคา 58,000 บาท
ราคา 65,000 บาท
ราคา 95,000 บาท
ราคา 110,000 บาท
ราคา 33,000 บาท
ราคา 210,000 บาท
ราคา 75,000 บาท
ราคา 55,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ราคา 60,000 บาท
ราคา 60,000 บาท
ราคา 50,000 บาท
ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง
รับส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์การรักษา โดยที่ท่านสามารถระบุแพทย์ได้หรือกรณีไม่ทราบเราสามารถแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ท่านได้ เช่น
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงษ์,นพ.ปราโมทย์ มนูรังสี,นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี,นพ.วิทวัส อังคทะวานิช,
นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ,นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง,นพ.สานิจ พงคพนาไกร,
นพ.สุกิจ วรธำรง,นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์,นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์,นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล,
นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์,นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ,นพ.กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ เป็นต้น
โดยท่านจะได้รับความสะดวกในการจองคิวนัดแพทย์ล่วงหน้าและในวันที่ท่านมาโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่าน
โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังมอบบัตรส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์บริการภายในของรพ.ยันฮี เพื่อใช้ยื่นลดเปอร์เซ็นต์กับแคชเชียร์ของรพ.ยันฮี อีกด้วย
หากมีคำถามหรือมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม เช่น ค่าใช้จ่าย เลือกหรือปรึกษาคุณหมอท่านใด การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด
อย่างไรบ้าง การแก้ไขในส่วนของที่ทำมาแล้วหรือทำมาจากที่อื่น เป็นต้น
สามารถสอบถามได้จากที่นี่เลยค่ะ สอบถาม-พูดคุยเรื่องศัลยกรรม
รายชื่อและตารางเวรคณะแพทย์ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

เสริมหน้าอก
หน้าอกเป็นส่วนหนึ่งของสัญลักษณ์ความเป็นสตรีเพศและช่วยเพิ่มความงามของร่างกาย ได้อีกจุดหนึ่ง การมีหน้าอกที่สวยงามได้ขนาดพอเหมาะยังเป็นส่วนเพิ่มความมั่น ใจในการใช้ชีวิตในสังคม การผ่าตัดเสริมทรวงอกจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมและถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องใน ด้านเทคนิคและวัสดุที่ใช้ในการเสริมหน้าอก ปัจจุบันสามารถทำได้อย่างปลอดภัยผลการรักษาเป็นที่พอใจสูง
ถุงนมเทียมที่ใช้ในการเสริมทรวงอก ปัจจุบันที่นิยมใช้มี 2 ชนิด คือ
- ชนิดน้ำเกลือ
- ชนิดซิลิโคนเจล
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก
- ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกไม่หยุด หรือเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงไม่ควรผ่าตัดเสริมหน้าอก เช่น ยาปฏิชีวนะ
- ผู้ที่มีประวัติการใช้ยาจำพวกที่ทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเช่นยาสลายลิ่มเลือด แอสไพริน วิตามินอี น้ำมันตับปลา เป็นต้น หรือควรหยุดยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใดควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 วันก่อนการผ่าตัด
- งดน้ำ-อาหาร อย่างน้อย 6 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เนื่องจาก ต้องตรวจเลือดดูระบบโลหิต การทำงานของไต เอ็กซเรย์ปอด และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
- โกน หรือ ถอนขนรักแร้ ในวันที่มารับการผ่าตัด
- เครื่องประดับหรือของมีค่า เช่น สร้อย แหวน นาฬิกา กำไลข้อมือ ฯลฯ ถ้าไม่จำเป็นไม่ควรใส่มาในวันผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก
- ก่อนทำการผ่าตัด แพทย์พิจารณาสภาพหน้าอกโดยทำการวัดรอบตัวและฐานหน้าอกเดิมของคณไข้ เพื่อเลือกขนาดถุงซิลิโคนให้เหมาะสมกับสัดส่วนคนไข้ โดยขนาดของถุงซิลิโคนโดยทั่วไปมีขนาด 200-500 CC ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ ทั้งนี้แพทย์จะสรุปวิธีการผ่าตัด ถุงซิลิโคนที่ใช้ ขนาดของถุงซิลิโคน และแผลผ่าตัดให้คนไข้ทราบและเข้าใจตรงกันก่อนทำการผ่าตัด
- คนไข้จำเป็นต้องได้รับการดมยาสลบควบคู่ไปกับยาชาเฉพาะที่เพื่อผ่าตัดเสริมหน้าอก จึงต้องตรวจเลือดและตรวจสุขภาพความพร้อมของร่างกาย โดยในขณะที่แพทย์ทำการผ่าตัด จะมีการตรวจวัดสัญญาณชีพทุกอย่าง เช่น การเต้นของหัวใจ ระดับความดันเลือด ระดับออกซิเจน
- แพทย์จะทำความสะอาดบริเวณที่ทำการผ่าตัด รวมไปถึงบริเวณทางเปิดแผลผ่าตัด ซึ่งแผลผ่าตัดส่วนมากจะอยู่ที่รักแร้ทั้ง 2 ข้าง โดยมีขนาดประมาณ 2-3 ซม.ซึ่งรอยแผลผ่าตัดจะค่อยๆกลืนไปกับรอยย่นของรักแร้
-แพทย์จะทำการเปิดแผลผ่าตัดที่รักแร้และทำช่องว่างของผิวหนัง ตั้งแต่รักแร้ไปจนถึงกล้ามเนื้อแผงอกให้แยกออกจากกัน เป็นช่องว่างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถงซิลิโคนที่เลือกไว้ได้ ซึ่งแพทย์จะเลือกวางตำแหน่งของซิลิโคนได้ 2 ที่ คือ เหนือกล้ามเนืออกหรือใต้กล้ามเนื้ออก ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปแพทย์จะเลือกวางซิลิโคนใต้กล้ามเนื้ออก เพื่อจะได้มีเนื้อคลุมถุงซิลิโคนเพิ่มอีกชั้นหนึ่ง และลดโอกาสเสี่ยงพังพืดรัดตัว รวมถึงลดการคลำเจอขอบซิลิโคนด้วย
- หลังจากนั้นแพทย์จะใส่ถุงซิลิโคนเจลเข้าทางช่องที่เปิดไว้ทีละเล็กทีละน้อยจนเข้าไปในช่องจนหมด และดันถุงซิลิโคนไปตามช่องว่างที่สร้างไว้แต่แรก ไปยังตำแหน่งที่วางซิลิโคน ขยับช่องว่างจนได้ ขนาดกว้างกว่าถุงเต้านม และไม่มีรอยพับย่นของถุงซิลิโคน
- หลังจากนั้นแพทย์จะล้างแผลผ่าตัดและช่องว่างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และใส่สายระบายน้ำเหลืองและเย็บปิดแผลที่รักแร้ด้วยไหมเล็กๆ จะเป็นแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้
- ทำวิธีเช่นเดิมกับเต้านมอีกข้าง เมื่อเสร็จแพทย์จะพันผ้ารัดหน้าอกไว้เพื่อลดการไหลของเลือดและทำให้ถุงเต้านมอยู่ในตำแหน่งปกติ
การดูแลหลังผ่าตัดเสริมหน้าอก และอาการข้างเคียงหลังผ่าตัด
- หลังผ่าตัดคนไข้จะได้พักฟื้นที่ รพ.1 คืนเพื่อดูอาการ โดยคนไข้จะได้รับยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบ ยานอนหลับ ตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งหลังผ่าตัดคนไข้จะมีอาการปวดระบมบริเวณหน้าอกและรักแร้ทั้ง 2 ข้างประมาณ 2-3 วัน โดยเฉพาะเวลายกแขนหลัง 3 วันแล้ว อาการปวดจะน้อยลงมาก
- เนื่องจากในขณะผ่าตัดจะต้องดมยาสลบ และต้องใส่ท่อเพื่อช่วยหายใจ ดังนั้นหลังจากผ่าตัดแล้วคนไข้อาจมีอาการเจ็บคอ รวมไปถึงอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ โดยทั่วไปอาการคลื่นไส้อาเจียนจะดีขึ้นเมื่อได้รับยาระงับอาเจียน ส่วนอาการเจ็บคอก็จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน
- วันแรกหลังผ่าตัดแพทย์จะเอาสายระบายน้ำเหลืองออกแล้วแกะผ้าพันหน้าอกออกและพันใหม่ในลักษณะเดิม บางรายถ้าผ้าหลุดหรือร่นลง แพทย์จะให้เปลี่ยนใส่ชุดชั้นในแบบสปอร์ตบราหรือชุดชั้นในแบบไม่มีโครง และควรใส่ทั้งกลางวันและกลางคืนในช่วงสัปดาห์แรก
- แพทย์จะสอนเทคนิคการนวดหน้าอกให้คนไข้ โดยแนะนำให้คนไข้เริ่มนวดหน้าอกในวันที่ 4 หรือ 5 หลังผ่าตัด โดยให้นวดทุก 2-3 ชั่วโมง วันละ 2-3 ครั้ง ประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากนั้นให้นวดวันละ 1-2 ครั้ง และทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อให้หน้าอกดูสวยงามยิ่งขึ้น
- สามารถใส่ยกทรงได้ตามปกติถ้านวดอกได้ดี ไม่ควรใส่แบบมีโครงในช่วง 1 เดือนแรก แต่ถ้านวดยังไม่ดีพอไม่ควรใส่ยกทรงที่รัดแน่น
- หน้าอกจะยุบและดูสวยงามประมาณ 1 เดือนหลังจากทำ และจะเข้าที่ประมาณ 3-6 เดือน ภายใน 3 เดือนแรก อาจมีอาการปวดเล็กน้อยเป็นบางตำแหน่ง หรืออาจมีเสียงเหมือนลมหรือน้ำเวลานวดหน้าอก หรือรู้สึกชาบริเวณหน้าอกหรือหัวนม โดยอาการเหล่านี้จะเป็นได้ชั่วคราวและจะหายไปเอง
- มาพบแพทย์ตามที่นัดทุกครั้ง โดยช่วงแรก ๆแพทย์จะนัดเข้ามาให้พยาบาลนวดหน้าอกให้สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 3-4 สัปดาห์
Review เสริมหน้าอกหมอกรีชาติโรงพยาบาลยันฮี (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเสริมหน้าอกกับหมอกรีชาติ)
Review เสริมหน้าอกหมอธวัชชัยโรงพยาบาลยันฮี (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเสริมหน้าอกกับหมอธวัชชัย)
Review เสริมหน้าอกหมอสมศักดิ์โรงพยาบาลยันฮี (แบ่งปันข้อมูล คนที่สนใจเสริมหน้าอกกับหมอสมศักดิ์)
Review การนวดหน้าอกหลังเสริมโรงพยาบาลยันฮี (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเสริมหน้าอกกับรพ.ยันฮี)
Review ลดขนาดหน้าอกกับหมอสมศักดิ์ รพ.ยันฮี (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจลดขนาดหน้าอกที่รพ.ยันฮี)
กลับไปหน้าแรก
เสริมจมูกและตัดปีกจมูก
จมูกเป็นอวัยวะที่สำคัญบนใบหน้าเนื่องจากเป็นจุดเด่นที่สุด การมีจมูกที่สวยงามได้สัดส่วนโดยเฉพาะความสูงโด่งที่พอเหมาะและการมีปีกจมูกที่เหมาะสมกับบริเวณสันจมูกจะเพิ่มความสวยงามให้ใบหน้าสวยสมส่วน ซึ่งคนเอเชียส่วนใหญ่จมูกไม่โด่งเท่ากับคนตะวันตกการเสริมจมูกและการตัดปีกจมูกให้ได้รูปทรงในคนเอเชียจึงเป็นการผ่าตัดที่นิยมมากที่สุดอย่างหนึ่งในบรรดาการผ่าตัดศัลยกรรมความงาม
วิธีการผ่าตัดเสริมจมูกและการตัดปีกจมูก
สำหรับวิธีการผ่าตัดเสริมจมูกและการตัดปีกจมูก ไม่มีอะไรยุ่งยากและสามารถจะทำควบคู่พร้อมกันได้ ดังนั้นก่อนการผ่าตัดแพทย์ก็จะสอบถามความต้องการและซักประวัติความเจ็บป่วยโรคประจำตัว พร้อมทั้งพิจารณาลักษณะของจมูกเพื่อตัดแต่งให้ได้รูปทรงที่เหมาะกับใบหน้า
ทั้งนี้การผ่าตัดเสริมจมูกหรือการตัดปีกจมูก ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณและความเหมาะสมกับใบหน้า ซึ่งคุณจะทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือจะทำไปทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปก็ได้
การเสริมจมูกเป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูกให้ดูสูงขึ้นทำให้โครงสร้างจมูกมีรูปร่างที่สวยงามขึ้น การผ่าตัดเสริมจมูกมีทำกันมานานหลายสิบปีแล้ว คนที่มีโครง สร้างของจมูกแบนทั้งผู้ชายและหญิงสาวสามารถรับการผ่าตัดเสริมจมูกได้ ควรจะมีอายุอย่างน้อย 16 ปี ขึ้นไป
วัสดุที่ใช้ในการเสริมจมูก
- ซิลิโคนอ่อน (Silicone)่
- เนื้อเยื่อของร่างกายได้แก่ กระดูกและกระดูกอ่อน (แต่ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยม)
การตัดปีกจมูก
เป็นการตกแต่งบริเวณจมูกส่วนล่างให้มีความเหมาะสมกับบริเวณสันจมูกและจมูกส่วนบน แก้ไขปีกจมูกที่ใหญ่ ลดขนาดรูจมูกที่กว้างและตัดปีกจมูกที่กางออก
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมจมูกและตัดปีกจมูก 1.ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกไม่หยุด หรือเป็นเบาหวานขั้นรุนแรง ไม่ควรผ่าตัดเสริมจมูก
2.ไม่ควรทานยาบางอย่าง ซึ่งอาจทำให้เลือดหยุดได้ช้าลง เช่น ยาสลายลิ่มเลือด แอสไพริน น้ำมันตับปลา เป็นต้น
3.ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
4.งดน้ำและอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัด
แพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ ทั้งนี้เพื่อให้คุณนอนหลับลดความวิตกในส่วนของการเสริมจมูกแพทย์จะนำแท่งซิลิโคนซึ่งได้ตกแต่งและทำรูปร่างให้เรียบร้อยตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่ สันจมูก โดยแผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม.บริเวณขอบรูจมูกอาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ตามแต่ความถนัดของแพทย์ จากนั้นจะมีการผ่าตัดสร้างช่องว่าง(Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูกให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ได้ เมื่อใส่เข้าไปก็ตรวจสอบความเรียบร้อย เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม ปิดพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูก และลดอาการบวมเป็นอันเรียบร้อย ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผลหรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์แต่ละท่านและในส่วนของการตัดปีกจมูก แพทย์จะทำการผ่าตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออกและจัดฐานปีกจมูกใหม่ ขั้นตอนนี้แพทย์จะสามารถกำหนดความกว้างของรูจมูกได้ด้วย
วิธีการผ่าตัดเสริมจมูก
เริ่มจากการกำหนดตำแหน่งในการวางซิลิโคน โดยแพทย์จะทำเครื่องหมายตรงกึ่งกลางจมูก เพื่อให้การวางซิลิโคนที่เสริมอยู่ตรงกลางไม่เอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง จากนั้นแพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆอาจเป็นยานอนหลับชนิดรับประทาน หรือยาฉีดร่วมด้วย เพื่อลดความวิตกและความกลัวของผู้ป่วยในขณะทำการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยหลับแล้ว แพทย์จะทำการฉีดยาชาเข้าที่บริเวณจมูก โดยเมื่อยาชาเริ่มออกฤทธิ์ จากนั้นแพทย์ก็ทำการผ่าตัดโดยกรีดแผลขนาดเล็กความยาวประมาณ 1 ซม.บริเวณขอบรูจมูกด้านใน อาจจะเป็นข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้ตามแต่ความถนัดของแพทย์ โดยแพทย์จะสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก ตามแนวเส้นกึ่งกลางให้สามารถใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้ในเนื้อที่ที่จำกัดพอดี โดยซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกสันจมูก ทำให้ไม่สามารถขยับไปมาหรือเคลื่อนที่ได้ เมื่อใส่เข้าไปแล้วแพทย์ก็จะทำการปรับแต่งรูปทรงซิลิโคนและตรวจความ เรียบร้อยของสันจมูกว่าตรงได้รูปสวยดีแล้ว จึงเย็บปิดแผลที่ด้านในรูจมูกด้วยไหมละลาย จากนั้นก็ทำการปิดพลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกเพื่อช่วยป้องกันตัวจมูกไม่ให้เอียง
วิธีการตัดปีกจมูก
แพทย์จะกำหนดขนาดของปีกและรูจมูกให้เหมาะสมเข้ากับโครงหน้าและฐานจมูกของคนไข้เป็นสำคัญ จากนั้น แพทย์จะให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆอาจเป็นยานอนหลับชนิดรับประทานหรือยาฉีดร่วมด้วย เพื่อลดความวิตกและความกลัวของผู้ป่วยในขณะทำการผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยหลับแล้ว แพทย์จะทำการฉีดยาชาเข้าที่บริเวณข้างปีกจมูก โดยเมื่อยาชาเริ่ม ออกฤทธิ์ แพทย์ก็ทำการตัดเนื้อเยื่อส่วนเกินออก และจัดฐานปีกจมูกรวมทั้งกำหนดความกว้างของรูจมูกใหม่ ก่อนที่จะเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กๆ บริเวณข้างปีกจมูกทั้ง 2 ข้าง โดยขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด แพทย์ใข้เวลาเพียง 30-45 นาทีเท่านั้น หลังผ่าตัดให้นอนพัก เพื่อให้หายมึนยานอนหลับประมาณ30-60 นาที ระหว่างนั้นให้ประคบความเย็นที่บริเวณจมูกตลอดเวลา โดยเมื่ออาการมึนยานอนหลับหายเป็นปกติแล้ว ผู้ป่วยก็สามารถกลับบ้านได้เลย
ขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมด
แพทย์ใช้เวลาเพียง 30-45 นาทีหลังการผ่าตัดให้นอนพักประมาณ 1 ชม.เพื่อประคบผ้าเย็นและให้หมดฤทธิ์ยานอนหลับแล้วคุณก็สามารถกลับบ้านได้ ถ้ามีการตัดไหมแพทย์จะนัดหลัง การผ่าตัดประมาณ 5-7 วัน ให้มาพบแพทย์หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 อาทิตย์ ตามที่แพทย์นัดโดยทั่วไปจมูกจะยุบบวมและเข้าที่ประมาณ 1 เดือน ดังนั้นคุณต้องระมัดระวังพอสมควรเรื่อง การโดนกระแทกและควรอยู่ห่างเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยงไว้ เพราะต้องรอเวลาเพื่อให้แท่งซิลิโคนถูกเนื้อจมูกห่อหุ้มให้แน่นมากๆก่อน(ประมาณ 1-3 เดือน) จึงจะสามารถทนแรงกระทบได้มาก แล้วคุณสามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ พร้อมกับมีจมูกที่โด่งสวยและมีปีกจมูกที่เหมาะสมกลมกลืนกับใบหน้าอีกด้วย
วิธีการดูแลหลังการเสริมจมูกและตัดปีกจมูก
หลังการผ่าตัดจมูกและบริเวณข้างเคียงจะบวมมากที่สุดในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด โดยบริเวณ ที่อยู่ระหว่างหัวตา จะเป็นบริเวณที่บวมนานมากที่สุด ซึ่งรอยช้ำที่เกิดจากการผ่าตัดจะหายไปภายใน 2 สัปดาห์ โดยหลังจากการผ่าตัด ผู้ป่วยควรปฏิบัติตัวดังนี้
- ควรนอนศรีษะสูง หนุนหมอนประมาณ 2-3 ใบ
- ประคบเย็นตรงจมูก และด้านข้างจมูกประมาณ 3 วันแรกหลังจากทำจะช่วยให้เลือดหยุดไหล โดยประคบครั้งละ 20 นาที เว้น 20 นาที
- ห้ามบาดแผลถูกน้ำอย่างน้อย 3 วัน หลังจากนั้นสามารถทำความสะอาดในรูจมูกได้โดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาด หรือน้ำต้มสุกที่เย็นแล้ว ปั่นเบาๆ และใช้ไม้พันสำลีแห้งเช็ดซ้ำอีกที วันละ 2-3 ครั้ง
- สามารถเอาพลาสเตอร์ หรือเฝือกจมูกออกได้ วันที่ 3 หลังจากทำ หลังจากนั้นสามารถล้างหน้าได้ (แต่กรณีมีการตัดปีกจมูกร่วมด้วย ไม่ควรให้แผลบริเวณข้างปีกจมูกถูกน้ำ เพราะจะทำให้แผลหายช้าได้)
- เมื่อนำพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูกออกแล้ว ให้ประคบด้วยน้ำอุ่นตรงจมูกและด้านข้างจมูก จะช่วยให้บวมน้อยและยุบบวมได้เร็ว
- รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ห้ามทายาฮีรูดอยส์หรือยาอื่นๆนอกเหนือจากที่แพทย์ให้มา ที่แผลเด็ดขาด
- ทานอาหารได้ตามปกติ ยกเว้นอาหารรสจัด ของหมักดอง เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ในช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังจากทำ (เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก จะทำให้บวมมากขึ้น)
- ไม่ควรแคะจมูก หรือแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่ในรูจมูก หรือสั่งน้ำมูก 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด
- กรณีมีการตัดปีกจมูกด้วย ไม่ควรเช็ดข้างปีกจมูกแรง หรือแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่ข้างปีกจมูก
- งดออกกำลังกายหนัก 10 วันแรกหลังจากทำ และควรหลีกเลี่ยงการโดนกระแทกบริเวณจมูก
- มาพบแพทย์ตามที่แพทย์นัด โดยปกติประมาณ 7-10 วัน หลังจากผ่าตัด
Review เสริมจมูก ตัดปีกจมูก กับหมอกรีชาติที่รพ.ยันฮี (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจเสริมจมูก ตัดปีกจมูก)
Review เสริมจมูก ขูดซิลิโคนเหลวออก กับหมอกิตติชัย (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจขูดซิลิโคนเหลวออก)
กลับไปหน้าแรก
ตา 2 ชั้น - แก้ไขหนังตาบนตก
การมีตา 2 ชั้นนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าทำให้ดวงตาดูสดใสและดูเยาว์วัย เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของใบหน้าเป็นที่ต้องการของคนเอเชียที่ส่วนใหญ่มักจะมีตาชั้นเดียว หรืออาจจะมีตาสองชั้นอยู่แล้วแต่มักจะมีขนาดเล็กหรือมีไขมันที่เปลือกตา ทำให้ชั้นตาดูไม่ชัดเจน ส่วนในคนที่มีอายุมากขึ้นมักจะประสบปัญหาเรื่องเปลือกตามีไขมันหย่อนย้อยลงมาทำให้ตาสองชั้นที่เคยสวยงามหลบในหรือเล็กลง
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด
- ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกไม่หยุด หรือเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงไม่ควรผ่าตัด
- ผู้ที่มีประวัติการใช้ยาจำพวกที่ทำให้เลือดหยุดได้ช้าลง เช่น ยาสลายลิ่มเลือด แอสไพริน ยาปฏิชีวนะ วิตามินอี น้ำมันตับปลา เป็นต้น หรือควรหยุดยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใดควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่3วันก่อนการผ่าตัด
- งดน้ำ อาหาร อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
ขั้นตอนการผ่าตัด
- แพทย์จะวัดหนังตาอย่างละเอียดและทำเครื่องหมายบนเปลือกตา เพื่อกะขนาดเส้นตาทั้ง 2 ข้างให้เท่ากัน โดยทั่วไปชั้นตาจะสูงประมาณ 5 มิลลิเมตร (ในผู้ที่มีชั้นเหมาะสมแล้วก็สามารถใช้แนวชั้นเดิมและตัดเฉพาะผิวหนังส่วนเกินและไขมันออกเท่านั้น)
- เมื่อได้ตำแหน่งแนวของชั้นตาแล้วแพทย์จะประมาณขนาดของผิวหนังส่วนเกินที่จะต้องตัดออก กรณีถ้ามีหนังส่วนเกินมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหางตาแนวแผลที่จะผ่าตัด ก็จำเป็นต้องยาวออกมาทางด้านข้าง เพื่อเก็บผิวหนังส่วนเกินให้หมดจะทำให้ได้รูปตาที่สวยงาม
- แพทย์จะเริ่มให้ยานอนหลังชนิดรับประทาน หรือยาฉีดร่วมด้วยเพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวในขณะทำการผ่าตัด เพื่อคลายกังวล จากนั้นจึงฉีดยาชาบริเวณหนังตาบน โดยผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด
- จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าตัดเปลือกตาทีละข้างกรณีมีไขมันส่วนเกินแพทย์จะตัดไขมันที่เปลือกตา และผิวหนังเปลือกตาออกตามความเหมาะสม และสร้างรอยพับของตาให้เหมือนธรรมชาติมากที่สุด โดยการใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเป็นจุดเล็กเท่ารูเข็ม ที่ตำแหน่งที่จะทำชั้นผ่านแผลที่เจาะเป็นจุด โดยจะไม่มีการทำลายหรือตัดชั้นอื่น ๆของหนังตานอกจากจุดที่ไหมผ่าน เพื่อทำชั้นของหนังตาเท่านั้น
- แพทย์จะทำการเย็บกล้ามเนื้อที่ยกเปลือกตา(Levator Muscle)แล้วดึงผิวหนังตาให้พับตัวขึ้นกลายเป็น 2 ชั้นตามที่ต้องการ โดยใช้ไหมเส้นเล็กมากชนิดไม่ละลาย เพื่อให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุดและมีชั้นตลอดไป ส่วนรอยกรีดหลังการผ่าตัดตา 2 ชั้นนั้น จะซ่อนอยู่ในชั้นตาที่สร้างขึ้นใหม่จึงทำให้ไม่เห็นรอยแผลใด ๆเวลาลืมตาตามปกติ
- เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยมีการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อและใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30-45 นาที
การดูแลหลังผ่าตัด
- นอนหัวสูงประมาณ 30 ํ-40 ํหรือหนุนหมอนสูงประมาณ 2-3 ใบ ในช่วง 2-3 วันแรก
- ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด(โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อช่วยห้ามเลือดซึม
- รับประทานยาแก้อักเสบและยาลดบวม หากปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้ หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้ โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นที่สะอาดเช็ดเบา ๆบริเวณแผลที่เปลือกตา แล้วทาขี้ผึ้งยาปฏิชีวนะเคลือบแผลตามแพทย์สั่ง ที่บริเวณแผลตรงเปลือกตา
- หลังการผ่าตัด 3 วัน สามารถล้างหน้าได้ตามปกติ และควรใช้น้ำอุ่นเพื่อจะได้ล้างทำความสะอาดใบหน้าได้ง่ายขึ้น
- วันที่ 4 หลังผ่าตัด ให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา(โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อบรรเทาอาการบวมและเขียวช้ำได้
- พยายามอย่ากะพริบตาถี่ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการตาบวมภายใน 2 ถึง 3 อาทิตย์แรก หลังผ่าตัดคนไข้ต้องหลีกเลี่ยง กิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา ได้แก่ การเล่นกีฬาทุกประเภท การก้ม การยกของหนักและการร้องไห้ และควรหลีกเลี่ยงการออกแดดและสวมแว่นกันแดดจนกว่าแผลจะหาย
- ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมทุกอย่างที่ต้องใช้สายตา เช่น การอ่านหนังสือ ดูทีวี ใช้คอมพิวเตอร์ และการใส่คอนแทคเลนส์ เนื่องจากจะทำให้ตาแห้งได้ และไม่ควรขยี้ตารุนแรง 3 สัปดาห์หลังจากทำ บางท่านจะมีขี้ตามากกว่าปกติและรู้สึก ตึงหนังตาบนบ้าง ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปเองใน 1 สัปดาห์
- ห้ามทางยาฮีรูดอยส์ หรือยาอื่นที่แพทย์ไม่ได้สั่งให้เด้ดขาด และมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลและตัดไหมตามนัด อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมีอยู่ประมาณ 3 วัน ยุบบวมในวันที่ 4 ไปเรื่อย ๆจะเห็นชั้นดวงตาสวยงามในสัปดาห์ที่ 4 และยุบบวมจนหายสนิทในเวลาประมาณ 1-3 เดือนขึ้นไป
Review ทำตาสองชั้น แก้หนังตาตก กับหมอพิชญ์ (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจทำตาสองชั้น แก้หนังตาตก)
Review ทำตาสองชั้น ทำจมูกยันฮี กับหมอกรีชาติ (แบ่งปันข้อมูลสำหรับคนที่สนใจทำตาสองชั้นกับเสริมจมูก)
กลับไปหน้าแรก
ดูดไขมัน ตัดไขมัน แก้หน้าท้องลาย
ดูดไขมันเพื่อรูปร่างสวยเพรียวบาง
การดูดไขมัน
การดูดไขมันและตัดไขมันหน้าท้อง เป็นวิธีการรักษาที่ทันสมัย และได้ผลอย่างรวดเร็ว ในการช่วยลดไขมันส่วนเกินเฉพาะที่ให้กับทุกๆ สัดส่วนของเรือนร่างอย่างที่ต้องการ อาทิ หน้าท้อง ต้นขา สะโพก แขน เอว เพื่อให้คุณมีรูปร่างสวย เพรียวบาง
การดูดไขมันเฉพาะส่วน
- ทางเลือกที่ดีที่สุดของการกำจัดไขมันส่วนเกินที่สะดวกด้วยขั้นตอนในการรักษาที่ไม่ซับซ้อน ใช้ยาชาเฉพาะที่หรือวางยาสลบใช้เวลา 1 ชม./1 จุด
- ทำการฉีดยาละลายไขมันในตำแหน่งที่จะทำการดูดเพื่อให้ไขมันละลายตัวกลายเป็นของเหลว
- ใช้เครื่องทางการแพทย์ดูดไขมันส่วนเกินออกจากบริเวณที่ต้องการ
การดูแล หลังดูดไขมัน
- ควรใช้ผ้ายืดพันรัดบริเวณที่ได้ทำการรักษาประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อช่วยกระชับกล้ามเนื้อและลดอาการบวม
- อาการบวมจะดีขึ้นมากภายใน 1 เดือนและยุบเข้าที่ปกติประมาณ 3-6 เดือน
- หลังการรักษา ควรงดออกกำลังกายชั่วคราวประมาณ 1 เดือน
การตัดไขมันหน้าท้อง
- เป็นการผ่าตัดไขมันส่วนเกินบริเวณหน้าท้องออก เพื่อแก้ไขหน้าท้องลาย ลดรอยย่นของผนังหน้าท้อง ที่เกิดจากการคลอดบุตรในคนที่มีบุตรเพียงพอแล้ว ซึ่งหลังการตัดไขมันหน้าท้องแล้วจะทำให้หน้าท้องเรียบแบน และทรวดทรงได้สัดส่วนสวยงามยิ่งขึ้น
- ผ่าตัดบริเวณเหนือหัวหน่าว เพื่อตัดไขมันหน้าท้องออก
- ทำการดึงหน้าท้องให้ตึงกระชับมากขึ้น ซ่อมแซมกล้ามเนื้อหน้าท้อง
- ใช้เวลาผ่าตัด 2-3 ชม.
การดูแล หลังการผ่าตัดไขมันหน้าท้องลาย
- พักที่โรงพยาบาล 30วัน และหยุดพักต่อที่บ้าน 3 - 4 วัน
- ไม่ควรออกกำลังกายหนัก ประมาณ 4 - 6 สัปดาห์
- พบแพทย์เพื่อตรวจความเรียบร้อย หลังการรักษา 7 วัน
- รอยแผลจะจางลงตามเวลา หลัง 6 - 12 เดือน
กลับไปหน้าแรก
ดึงหน้า-หน้าผาก-ดึงคอ
การมีผิวพรรณที่สดใสเต่งตึงและดูสาวตลอดเวลา เป็นความสุขของคนทุกคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงแต่ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยน แปลงและเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา เรามักจะพบสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นั่นก็คือ ความเสื่อมของอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกาย รวมทั้งผิวหนังบนใบหน้าและลำคอ
ดึงหน้า หน้าผาก คอ เป็น วิธีการแก้ไขผิวหนังหย่อนยานให้เต่งตึงขึ้น และเป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว เรียกว่าเกือบจะร้อยปีแล้วก็ได้ วิธีการผ่าตัดมีการพัฒนาและเทคนิคการผ่าตัดได้รับการปรับปรุงให้เกิดความรวดเร็วและปลอดภัยตลอดเวลา ในปัจจุบันนับได้ว่าการผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีมากและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงทีเดียว
ขั้นตอนการผ่าตัด
ในการผ่าตัดดึงหน้านั้น ก่อนอื่นควรจะปรึกษาแพทย์เสียก่อนว่าการผ่าตัดดึงหน้าหรือส่วนอื่นๆนั้นจะได้ผลเปลี่ยนแปลงหรือเต่งตึงขึ้นที่ส่วนใดบ้าง และส่วนไหนที่ยังจะมีการหย่อนลงเหลืออยู่บ้าง เพราะการดึงหน้านั้นจะทำให้คุณมีใบหน้าที่ตึงขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นสาววัยรุ่นได้ทุกคน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของผิวหนังและโครงสร้างของกล้ามเนื้อแต่ละบุคคลด้วย วิธีการผ่าตัดนั้น แพทย์จะเริ่มจากการเปิดแผลบริเวณเหนือหูขึ้นไปถึงบริเวณขมับ โดยผ่านผิวหนังหลังแนวผมเข้าไปตามขอบใบหูด้านหน้า และอาจจะเว้าขึ้นไปที่ติ่งหน้ารูหูเล็กน้อยแล้วต่อลงมาที่ติ่งหูด้านล่าง โค้งอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลังหูตรงบริเวณซอกหลังใบหูขึ้นไป
จากนั้นจึงลากผ่านเข้าไปในผมอีกที เพื่อซ่อนแผลไว้ในแนวเส้นผม จะเห็นได้ว่าแผลที่โผล่มาให้เห็นนั้นจะอยู่ตรงบริเวณขอบหูด้านหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทแล้วก็มักจะมองไม่เห็น ส่วนบริเวณอื่นๆแพทย์จะซ่อนเอาไว้อย่างดีตามแนวเส้นผม
ขั้นตอนดูแล หลังการผ่าตัด
เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการดูแลหลังการผ่าตัด หลังการผ่าตัดนั้นโดยทั่วไปก็ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อสังเกตอาการต่างๆ ว่าแผลผ่าตัดเป็นอย่างไร มีอาการปวดหรือเลือดออกผิดปกติหรือไม่
ซึ่งโดยปกติแล้วก็มักจะไม่ค่อยมีอาการรุนแรงนัก แผลผ่าตัดก็มักจะปวดไม่มากนักเพราะอาจจะใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการได้ หรือการประคบเย็นที่ใบหน้าก็ช่วยทำให้อาการปวดลดลง รวมทั้งป้องกันอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้มากทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 วัน แพทย์ก็จะตรวจดูแผลและถอดสายระบายเลือดรวมทั้งอาจจะถอดผ้าพันต่างๆออก และเริ่มทำความสะอาดแผล
หลังจากนั้นก็อาจจะให้คำแนะนำไปดูแลต่อที่บ้านได้ ส่วนไหมที่เย็บไว้รวมทั้งไหมเหล็กด้วยนั้น แพทย์มักจะถอดออกได้ในเวลาประมาณ 7-10 วัน ซึ่งหากไม่มีปัญหาใดๆ อาการบวมหรือฟกช้ำก็มักจะหายสนิทในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ รวมทั้งรูปโฉมใหม่ก็จะเริ่มเข้าเข้าที่ให้เห็นประมาณ 1 เดือนไปแล้ว
ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า คึงคอ ดึงหน้าผาก (โดยสรุป)
1. คนไข้จะได้รับการวางยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่
2. การดึงหน้าในผู้หญิงจะเริ่มจากบริเวณขมับเหนือใบหู 5 ซม. แนวหลังผม 5 ซม.
3. การดึงหน้าสำหรับผู้ชายจะเริ่มจากบริเวณระดับเหนือใบหู แต่จะไม่เข้าไปในไรผม
4. การดึงหน้าก็จะดึงเพื่อกระชับผิวหนัง ลงมาหน้าใบหูแล้วอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลัง และตัดเข้าไปในไรผม
5. ใช้เวลาในการผ่าตัด 3-4 ชั่วโมง และนอนพักที่โรงพยาบาลยันฮี 1-2 คืน
6. รอยแผลจากการผ่าตัด จะถูกซ่อนไว้ที่หลังใบหู แนวหูไรผม บริเวณหรือแนวผมบริเวณศรีษะด้านหน้า ซึ่งจะไม่เห็นแผลเป็นในการผ่าตัด
การดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ ดึงหน้าผาก (โดยสรุป)
1. หมั่นประคบเย็นที่ใบหน้าประมาณ 2 วันหลังผ่าตัด
2. ควรนอนให้ศรีษะสูง เพื่อบรรเทาอาการบวม และห้ามนอนทับแก้มทั้ง 2 ข้างอย่างเด็ดขาด อย่างน้อย 1 เดือน เพราะจะทำให้เลือดคั่งได้
3. งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด เพราะอาจจะทำให้หน้าบวมได้
4. ควรหวีผมเบา ๆ และเริ่มสระผมได้หลังจากผ่าตัดไปแล้ว 3 วัน โดยใช้แชมพูและล้างน้ำได้ปกติ
5. ห้ามย้อมหรือโกรกผม หรือไดร์ผมด้วยความร้อนมาก ๆ ภายใน 6 อาทิตย์แรกหลังผ่าตัด
6. จะมีอาการชาบริเวณใบหน้า ประมาณ 3-6 เดือน
7. ควรรับประทานยาและปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และเข้ามาพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อทำการตัดไหมและตรวจอาการ
กลับไปหน้าแรก
ผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา แก้ไขเปลือกตาล่างหย่อน
การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาหรือการแก้ไขเปลือกตาล่างหย่อน เพื่อความอ่อนเยาว์ของใบหน้าและดวงตา
ถุงไขมันใต้ตา เป็นก้อนไขมันที่อยู่เปลือกตาล่าง เกิดจากการสะสมของไขมันที่มีตามปกติบริเวณใต้ลูกตา มักจะเกิดร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อและเปลือกตาล่างอ่อนกำลังลงในผู้ที่เริ่มมี อายุมากขึ้น หรือบางคนก็พบได้ก่อนวัยอันควรทำให้เกิดอาการบวมมากในตอนเช้าหรือดูคล้ายกับคนที่มีอาการเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ปัญหาเหล่านี้สามารถผ่าตัดแก่ไขได้ และทำให้เปลือกตาล่างมีลักษณะแบนเรียบและตึงขึ้นโดยศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ชำนาญ เป็นการผ่าตัดที่ทำได้ง่ายได้ผลดีและใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดลดถุงไขมันใต้ตา
- ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกไม่หยุด หรือเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงไม่ควรทำการผ่าตัด
- ผู้ที่มีประวัติการใช้ยาจำพวกที่ทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเช่นยาสลายลิ่มเลือด แอสไพริน ยาปฏิชีวนะ วิตามินอี น้ำมันตับปลา เป็นต้น หรือควรหยุดยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย2สัปดาห์
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใดควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่3วันก่อนการผ่าตัด
- งดน้ำ-อาหาร อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
วิธีการผ่าตัดไขมันใต้ตา
- แพทย์จะเริ่มให้ยานอนหลังชนิดรับประทานหรือยาฉีดร่วมด้วยเพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวในขณะทำการผ่าตัดเพื่อคลายกังวล จากนั้นจึงฉีดยาชาบริเวณผนังเปลือกตาล่างโดยผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด
- จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างนั้นออก เพื่อให้บริเวณที่โป่งนูนนั้นเรียบขึ้น
- จากนั้นแพทย์ก็จะตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง
- แพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กมากชนิดไม่ละลายเพื่อให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุดและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง โดยจะซ่อนอยู่ชิดกับขนตาล่าง ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นรอยแผลใด ๆจากการผ่าตัดได้ชัดเจนเมื่อแผลหายสนิทแล้ว
- เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโดยมีการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อน้อยและใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30-45 นาที
การดูแลหลังผ่าตัด
- นอนหัวสูงประมาณ 30 ํ-40 ํ หรือหนุนหมอนสูงประมาณ 2-3 ใบ ในช่วง 2-3 วันแรก
- ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด (โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อช่วยห้ามเลือดซึม
- รับประทานยาแก้อักเสบและยาลดบวมหากปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นที่สะอาดเช็ดเบา ๆบริเวณแผล แล้วทาขี้ผึ้งยาปฏิชีวนะเคลือบแผลตามแพทย์สั่งที่บริเวณแผล
- หลังการผ่าตัด3วันสามารถล้างหน้าได้ตามปกติและควรใช้น้ำอุ่น เพื่อจะได้ล้างทำความสะอาดใบหน้าได้ง่ายขึ้น
- วันที่ 4 หลังผ่าตัด ให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา (โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อบรรเทาอาการบวมและเขียวช้ำได้
- พยายามอย่ากะพริบตาถี่ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการตาบวมภายใน 2 ถึง 3 อาทิตย์แรก หลังผ่าตัดคนไข้ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา ได้แก่ การเล่นกีฬาทุกประเภทการก้ม การยกของหนักและการร้องไห้ และควรหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดจนกว่าแผลจะหาย
- ไม่ควรขยี้ตารุนแรง3สัปดาห์หลังจากทำ
- ห้ามทายาฮีรูดอยส์ หรือยาอื่นที่แพทย์ไม่ได้สั่งให้เด้ดขาด และมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลและตัดไหมตามนัด
- อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมีอยู่ประมาณ 3 วัน ยุบบวมในวันที่ 4 ไปเรื่อย ๆและยุบบวมจนหายสนิทในเวลาประมาณไม่เกิน 1 เดือน
กลับไปหน้าแรก
ดูดไขมันด้วย vaser
เพื่อรูปร่างสวยเพรียวได้สัดส่วน ผิวเนียนเรียบ ไม่เจ็บ ฟื้นตัวเร็วและปลอดภัย
VASER LipoSection
เทคโนโลยีใหม่สำหรับการดูดไขมันเฉพาะบริเวณที่ต้องการ เพื่อรูปร่างสวย สมส่วน มีรอยช้ำน้อย เห็นผลไว ฟื้นตัวเร็ว ผิวกระชับเนียนเรียบ
VASER คือเทคโนโลยีที่สามารถสลาย ไขมันได้มากเท่ากับการดูดไขมันแต่นุ่มนวลกว่าและผลข้างเคียงน้อย เป็นเทคโนโลยี Ultrasound ขั้นสูงที่สามารถเลือกกำจัดไขมันได้เฉพาะจุดได้แก่ หน้าอก เอว ท้อง คาง หลัง คอ ต้นขา แขน เข่าและศอก เป็นต้น ได้ผลดีและไม่เป็นอันตรายต่อเื้นื้อเยื่อข้างเคียง เช่น เส้นประสาท เส้นเลือด
ขั้นตอนการสลายไขมันด้วย VASER Liposection
แพทย์จะดมยาสลบคนไข้เพื่อสะดวกในการผ่าตัด หลังจากนั้นจะฉีดน้ำเกลือผสมด้วยยาชาเข้าสู่ชั้นไขมันบริเวณที่ต้องการสลายไขมัน เพื่อช่วยให้ไม่เจ็บและลดการช้ำ และแพทย์จะใช้เครื่องมือ vaser ซึ่งเป็นท่อขนาดเล็ก 2-3 มิลลิเมตร ส่งพลังงานเสียงเข้าทำลายเฉพาะไขมัน โดยเจาะรูเล็กๆบริเวณผิวหนังเพื่อเข้าไปสัมผัสกับไขมันที่ต้องการสลายโดยตรง ซึ่งไขมันที่ถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมดจะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวล หลังจากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผล 1-3 เข็ม โดยแทบไม่เหลือรอยแผลเป็นเนื่องจากมีอุปกรณ์ปกป้องผิวหนังขณะทำตลอดเวลา และระหว่างการพักฟื้นผิวหนังจะค่อยๆหดตัวกลับคืนสู่สภาพเดิม หลังทำผิวบริเวณที่ผ่านการทำ vaser ยังคงเรียบเนียนเป็นปกติ
ข้อดีของการสลายไขมันด้วย VASER
- การทำ VASER ใช้สลายไขมันได้เกือบทุกส่วนทั่วร่างกาย
- สามารถทำ VASER ได้แม้แต่จุดที่การดูดไขมันแบบเก่าทำได้ยาก เช่น ใต้คาง บริเวณคอและบริเวณหลัง เป็นต้น
- อาการปวดและรอยช้ำหลังการทำ น้อยกว่าการดูดไขมันด้วยวิธีตามปกติ
- คนไข้ฟื้นตัวเร็วกว่าการดูดไขมันแบบเก่า
- หลังการทำเซลล์ไขมันจะหายไป โดยที่เนื้อเยื่อรอบข้างยังสมบูรณ์
- ผิวที่ผ่านการทำ VASER ซึ่งมีการหายไปของเซลล์ไขมันนั้น สามารถหดกระชับได้มากกว่าการดูดไขมันตามปกติ
กลับไปหน้าแรก
ตัดกราม
ตัดกราม ลบเหลี่ยมที่กว้างใหญ่ให้ใบหน้าเรียวได้รูปสวย
คุณเคยสังเกตดาราหรือนักร้องบางคนมั้ยว่า ตอนแรกที่เข้าวงการไม่เห็นสวยเท่าไหร่ บางคนหน้าใหญ่ บาน หรือหน้าเป็นเหลี่ยมเชียว แต่ตอนนี้ทำไมหน้าเรียวจัง
ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ เพราะวิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้ก้าวไกลไปมาก แพทย์สามารถแก้ไขและเปลี่ยนรูปหน้าให้สวยดูดีและปลอดภัยได้เพียงชั่วข้ามคืน ปัญหาโครงกระดูกที่โหนกแก้มสูง มุมขากรรไกรยื่นออกด้านข้าง คางสั้น ทั้งหมดนี้แพทย์สามารถตกแต่งรูปทรงใหม่เปลี่ยนแปลงให้ใบหน้าที่ดูกว้าง สั้น แบน ให้ดูแคบ เรียว และดูยาว สวยได้รูป โดยการผ่าตัดลดโหนกแก้ม ตัดแต่งมุมกราม และยืดกระดูกคาง เป็นต้น
การตัดกรามให้เล็กลงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปทรงใหม่ได้ โดยจะทำให้หน้าดูเรียวและอ่อนโยนขึ้น คนไข้อาจทำเพียงอย่างเดียวหรือทำร่วมกับการเสริมคางหรือร่วมกับการลดโหนกแก้ม และยืดกระดูกคาง หรือจะนำกระดูกกรามมาเสริมคางในการผ่าตัดครั้งเดียวกันเลยก็ได้ ซึ่งการตัดกรามสามารถทำได้ทั้งจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะตรวจกระดูกขากรรไกรก่อนว่ามีความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความหนาของกระดูก ความสูงของขากรรไกร ความสมดุลของกระดูกกรามข้างซ้ายและขวา ซึ่งอาจมีผลให้ไม่สามารถทำให้เท่ากันได้ เพราะโครงสร้างที่แตกต่างกัน รูปทรงของข้อต่อขากรรไกร ฯลฯ รวมทั้งแพทย์จะต้องตรวจภาพเอกซเรย์ด้วย เพื่อประเมินการรักษาว่าเมื่อตัดแต่งแล้วจะได้รูปทรงอย่างไร และจะลดมุมเหลี่ยมของกระดูกกรามได้มากน้อยเพียงใด
การตัดกรามมี 2 วิธี คือ
- ผ่าตัดภายนอกปาก ผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง จะมีรอยแผลเป็นบริเวณใบหน้า
- ผ่าตัดภายในปาก เป็นวิธีที่แพทย์นิยมเนื่องจากไม่มีแผลด้านนอก โดยแพทย์จะซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้ายในปาก
ความแตกต่างของ 2 วิธีนี้ก็คือ
- การผ่าตัดภายนอกปาก เป็นการเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามทั้ง 2 ข้าง เข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกร แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ที่เป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้จะง่ายกว่าการผ่าตัดในช่องปาก อาการบวมน้อยกว่า หลังผ่าตัดแทบไม่ต้องดูแลอะไรเลยแต่วิธีนี้จะไม่นิยมทำกันในปัจจุบัน เนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัดยาวประมาณ 2-3 ซม.ทั้ง 2 ข้าง
- การผ่าตัดในช่องปาก ต้องใช้ความชำนาญมากกว่าวิธีที่แรก และต้องมีเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อนกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบๆ แต่ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก และเป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปากแต่อย่างใด การผ่าตัดภายในช่องปากจะผ่าตัดโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังบริเวณฟันกราม ไปที่มุมกระดูกขากรรไกรและตัดแต่งตามต้องการ วิธีนี้สามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็น จึงทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้น
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
วิธีการผ่าตัดในช่องปากจะมีอาการบวมมากกว่าวิธีผ่าตัดด้านนอกปาก โดยจะบวมประมาณ 5-10 วัน หลังผ่าตัดคนไข้จะมีอาการปวดแผลใน 3-4 วันแรก ซึ่งหลังผ่าตัดคนไข้จะได้พักที่ รพ.2 วัน เพื่ออยู่ในความดูแลของพยาบาลและแพทย์ หลังผ่าตัดควรงดอาหารในวันแรกเพื่อป้องกันเศษอาหารรบกวนแผล และควรประคบเย็นภายใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้นงดประคบเย็น ในระยะแรกที่มีอาการบวมจะทำให้คนไข้อ้าปากได้ไม่มาก เนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ แต่เมื่ออาการบวมค่อยๆลดลง ก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมากแพทย์จะแนะนำให้คนไข้พยายามอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อเป็นการขยับข้อต่อขากรรไกร ป้องกันไม่ให้ข้อต่อเกิดอาการฝืดได้คนไข้ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ โดยแพทย์จะแนะนำให้คนไข้บ้วนปากด้วยน้ำยาหลังผ่าตัดแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถแปรงฟันด้วยขนแปรงอ่อน ๆ เบา ๆ ได้ในสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัดห้ามเคี้ยวอาหารแข็งในสัปดาห์แรก ควรทานอาหารประเภท นม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อน ๆ และควรงดสูบบุหรี่ และงดทานอาหารรสจัด ของหมักดอง หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ประมาณ 1 เดือน อาการบวมจะยุบและเข้าที่เมื่อผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ และจะได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการประมาณ 4-6 สัปดาห์
กลับไปหน้าแรก
เสริมสะโพก เสริมก้น
เสริมสะโพก เสริมก้น เพื่อความสวยงามของรูปร่าง และเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว
การผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น เป็นการเสริมรูปร่างของสะโพกและก้นให้แลดูกลมกลึงสวยงามได้ขนาดพอเหมาะ มีเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว ซึ่งการผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น เป็นที่นิยมในต่างประเทศ
และปัจจุบันวิวัฒนาการเกี่ยวกับถุงซิลิโคนและเทคนิคการผ่าตัดได้พัฒนาขึ้น สามารถทำได้อย่างปลอดภัย และผลการรักษาเป็นที่หน้าพอใจสูง จึงทำให้เป็นที่นิยมของคนไทยมากขึ้น
ชนิดของถุงซิลิโคนที่ใช้
ถุงซิลิโคนที่ใช้ จะเป็นถุงซิลิโคนที่ใช้เฉพาะเสริมสะโพก เสริมก้น เท่านั้น ซึ่งมีความแข็งแรงและเหนียวกว่าวุ้นซิลิโคน เพราะเป็นซิลิโคนที่มีความดึงตัวสูงจึงไม่เสียรูปทรง ปลอดภัยและมีความคงทนสูงต่อแรงกดขณะนั่ง และ นอน
ถุงซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมสะโพก เสริมก้น ยังได้รับการศึกษาและยอมรับในปัจจุบันว่าไม่มีผลต่อสุขภาพและการเสี่ยงต่อการเกิดโรงต่างๆ เช่น มะเร็ง โรคภูมิแพ้ หรือโรคข้ออักเสบ เป็นต้น
อีกทั้งการเสริมสะโพก เสริมก้น ด้วยถุงซิลิโคนไม่ทำให้เกิดอันตรายหรือมีปัญหาแทรกซ้อนมากเหมือนการไปรับการฉีดซิลิโคน หรือสารเหลวอื่นๆ ซึ่งพบว่ามีการไหลไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ขา หรือ ขาหนีบ เป็นต้น
ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น
ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากแพทย์จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเพื่อดูความพร้อมต่อการผ่าตัด และผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องได้รับการดมยาสลบขณะผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้นด้วย โดยแพทย์จะผ่าบริเวณร่องก้นเป็นแนวตั้งบริเวณกระดูกก้นกบ ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ในตำแหน่งของร่องก้นพอดี ข้อดีของการผ่าบริเวณนี้คือแผลเป็นจะอยู่ในร่องก้น ทำให้มองเห็นไม่ชัดและการผ่าตัดจะเปิดแผลเพียงแผลเดียว สามารถใส่ถุงซิลิโคนเข้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวาได้
จากนั้นแพทย์จะยกส่วนของชั้นกล้ามเนื้อขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นช่องสำหรับวางซิลิโคน และใส่ถุงซิลิโคน รูปกลม หรือ รี เข้าไปใต้กล้ามเนื้อก้นระหว่างกล้ามเนื้อส่วนนอกและส่วนกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่ช่วยลดปัญหาการเคลื่อนที่ของถุงซิลิโคน และการเกิดพังผืด อีกทั้งช่วยเสริมความแข็งแรงของถุงซิลิโคนที่ใส่ และช่วยให้ได้รูปทรงของสะโพกที่กลมกลึงสวยงามด้วย เมื่อทำครบทั้ง 2 ข้างและตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วจึงเย็บปิดบาดแผลด้วยไหมเส้นเล็กๆ โดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง
การดูแลหลังผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น
หลังผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้พักที่ รพ.3 วัน โดยพยาบาลจะทำความสะอาดแผลให้ตามคำแนะนำของแพทย์ ในช่วง 3 วันแรกให้นอนคว่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณแผลและป้องกันไม่ให้แผลแยกซึ่งจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
หลังจาก 3 วัน สามารถนอนตะแคงสลับการนอนคว่ำ และเริ่มนอนหงายหรือนั่งได้พอสมควร และคนไข้ต้องเข้ามาตัดไหมประมาณ 7-10 วันหลังผ่าตัด หลังผ่าตัดประมาณ 2-3 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถเดินหรือนั่งได้เต็มที่ตามปกติ ห้ามฉีดยาที่สะโพกเด็ดขาด โดยทั่วไปมักจะสงสัยว่ากรณีฉุกเฉินถ้าไม่รู้สึกตัวอาจถูกฉีดยาที่สะโพกได้
แต่โดยทั่วไปถ้ามีเหตุฉุกเฉิน หรือประสบอุบัติเหตุทำให้สลบเข้าโรงพยาบาล การฉีดยาส่วนใหญ่มักจะฉีดเข้าเส้นเลือดมากกว่าการฉีดยาที่ตำแหน่งอื่น ๆ
กลับไปหน้าแรก