ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง

SEP 08 2010

รับส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์การรักษา โดยที่ท่านสามารถระบุแพทย์ได้หรือกรณีไม่ทราบเราสามารถแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ท่านได้ เช่น
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงษ์,นพ.ปราโมทย์ มนูรังสี,นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี,นพ.วิทวัส อังคทะวานิช, นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ,นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง,นพ.สานิจ พงคพนาไกร, นพ.สุกิจ วรธำรง,นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์,นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์,นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล, นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์,นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ,นพ.กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ เป็นต้น
โดยท่านจะได้รับความสะดวกในการจองคิวนัดแพทย์ล่วงหน้าและในวันที่ท่านมาโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่าน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังมอบบัตรส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์บริการภายในของรพ. เพื่อใช้ยื่นลดเปอร์เซ็นต์กับแคชเชียร์ของรพ. อีกด้วย
หากมีคำถามหรือมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม เช่น ค่าใช้จ่าย เลือกหรือปรึกษาคุณหมอท่านใด การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด อย่างไรบ้าง การแก้ไขในส่วนของที่ทำมาแล้วหรือทำมาจากที่อื่น เป็นต้น
สามารถสอบถามได้จากที่นี่เลยค่ะ สอบถาม-พูดคุยเรื่องศัลยกรรม
รายชื่อและตารางเวรคณะแพทย์ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

ดึงหน้า-หน้าผาก-ดึงคอ

การมีผิวพรรณที่สดใสเต่งตึงและดูสาวตลอดเวลา เป็นความสุขของคนทุกคนโดยเฉพาะคุณผู้หญิงแต่ร่างกายของคนเรามีการเปลี่ยน แปลงและเสื่อมสภาพไปตามธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา เรามักจะพบสิ่งที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้นั่นก็คือ ความเสื่อมของอวัยวะส่วนต่างๆในร่างกาย รวมทั้งผิวหนังบนใบหน้าและลำคอ
ดึงหน้า หน้าผาก คอ เป็น วิธีการแก้ไขผิวหนังหย่อนยานให้เต่งตึงขึ้น และเป็นวิธีการผ่าตัดที่ทำกันมาหลายยุคหลายสมัยแล้ว เรียกว่าเกือบจะร้อยปีแล้วก็ได้ วิธีการผ่าตัดมีการพัฒนาและเทคนิคการผ่าตัดได้รับการปรับปรุงให้เกิดความรวดเร็วและปลอดภัยตลอดเวลา ในปัจจุบันนับได้ว่าการผ่าตัดดึงหน้าเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลดีมากและมีความปลอดภัยค่อนข้างสูงทีเดียว
ขั้นตอนการผ่าตัด
ในการผ่าตัดดึงหน้านั้น ก่อนอื่นควรจะปรึกษาแพทย์เสียก่อนว่าการผ่าตัดดึงหน้าหรือส่วนอื่นๆนั้นจะได้ผลเปลี่ยนแปลงหรือเต่งตึงขึ้นที่ส่วนใดบ้าง และส่วนไหนที่ยังจะมีการหย่อนลงเหลืออยู่บ้าง เพราะการดึงหน้านั้นจะทำให้คุณมีใบหน้าที่ตึงขึ้นได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะกลายเป็นสาววัยรุ่นได้ทุกคน ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของผิวหนังและโครงสร้างของกล้ามเนื้อแต่ละบุคคลด้วย วิธีการผ่าตัดนั้น แพทย์จะเริ่มจากการเปิดแผลบริเวณเหนือหูขึ้นไปถึงบริเวณขมับ โดยผ่านผิวหนังหลังแนวผมเข้าไปตามขอบใบหูด้านหน้า และอาจจะเว้าขึ้นไปที่ติ่งหน้ารูหูเล็กน้อยแล้วต่อลงมาที่ติ่งหูด้านล่าง โค้งอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลังหูตรงบริเวณซอกหลังใบหูขึ้นไป
จากนั้นจึงลากผ่านเข้าไปในผมอีกที เพื่อซ่อนแผลไว้ในแนวเส้นผม จะเห็นได้ว่าแผลที่โผล่มาให้เห็นนั้นจะอยู่ตรงบริเวณขอบหูด้านหน้าเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อแผลหายสนิทแล้วก็มักจะมองไม่เห็น ส่วนบริเวณอื่นๆแพทย์จะซ่อนเอาไว้อย่างดีตามแนวเส้นผม
ขั้นตอนดูแล หลังการผ่าตัด
เมื่อผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนการดูแลหลังการผ่าตัด หลังการผ่าตัดนั้นโดยทั่วไปก็ต้องมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อสังเกตอาการต่างๆ ว่าแผลผ่าตัดเป็นอย่างไร มีอาการปวดหรือเลือดออกผิดปกติหรือไม่
ซึ่งโดยปกติแล้วก็มักจะไม่ค่อยมีอาการรุนแรงนัก แผลผ่าตัดก็มักจะปวดไม่มากนักเพราะอาจจะใช้ยาแก้ปวดช่วยบรรเทาอาการได้ หรือการประคบเย็นที่ใบหน้าก็ช่วยทำให้อาการปวดลดลง รวมทั้งป้องกันอาการบวมที่อาจจะเกิดขึ้นจากการผ่าตัดได้มากทีเดียว เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1-2 วัน แพทย์ก็จะตรวจดูแผลและถอดสายระบายเลือดรวมทั้งอาจจะถอดผ้าพันต่างๆออก และเริ่มทำความสะอาดแผล
หลังจากนั้นก็อาจจะให้คำแนะนำไปดูแลต่อที่บ้านได้ ส่วนไหมที่เย็บไว้รวมทั้งไหมเหล็กด้วยนั้น แพทย์มักจะถอดออกได้ในเวลาประมาณ 7-10 วัน ซึ่งหากไม่มีปัญหาใดๆ อาการบวมหรือฟกช้ำก็มักจะหายสนิทในเวลาประมาณ 2-3 สัปดาห์ รวมทั้งรูปโฉมใหม่ก็จะเริ่มเข้าเข้าที่ให้เห็นประมาณ 1 เดือนไปแล้ว
ขั้นตอนการผ่าตัดดึงหน้า คึงคอ ดึงหน้าผาก (โดยสรุป)
1. คนไข้จะได้รับการวางยาสลบหรือยาชาเฉพาะที่
2. การดึงหน้าในผู้หญิงจะเริ่มจากบริเวณขมับเหนือใบหู 5 ซม. แนวหลังผม 5 ซม.
3. การดึงหน้าสำหรับผู้ชายจะเริ่มจากบริเวณระดับเหนือใบหู แต่จะไม่เข้าไปในไรผม
4. การดึงหน้าก็จะดึงเพื่อกระชับผิวหนัง ลงมาหน้าใบหูแล้วอ้อมติ่งหูไปทางด้านหลัง และตัดเข้าไปในไรผม
5. ใช้เวลาในการผ่าตัด 3-4 ชั่วโมง และนอนพักที่โรงพยาบาล 1-2 คืน
6. รอยแผลจากการผ่าตัด จะถูกซ่อนไว้ที่หลังใบหู แนวหูไรผม บริเวณหรือแนวผมบริเวณศรีษะด้านหน้า ซึ่งจะไม่เห็นแผลเป็นในการผ่าตัด
การดูแลหลังผ่าตัดดึงหน้า ดึงคอ ดึงหน้าผาก (โดยสรุป)
1. หมั่นประคบเย็นที่ใบหน้าประมาณ 2 วันหลังผ่าตัด
2. ควรนอนให้ศรีษะสูง เพื่อบรรเทาอาการบวม และห้ามนอนทับแก้มทั้ง 2 ข้างอย่างเด็ดขาด อย่างน้อย 1 เดือน เพราะจะทำให้เลือดคั่งได้
3. งดสูบบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสจัด เพราะอาจจะทำให้หน้าบวมได้
4. ควรหวีผมเบา ๆ และเริ่มสระผมได้หลังจากผ่าตัดไปแล้ว 3 วัน โดยใช้แชมพูและล้างน้ำได้ปกติ
5. ห้ามย้อมหรือโกรกผม หรือไดร์ผมด้วยความร้อนมาก ๆ ภายใน 6 อาทิตย์แรกหลังผ่าตัด
6. จะมีอาการชาบริเวณใบหน้า ประมาณ 3-6 เดือน
7. ควรรับประทานยาและปฏิบัติตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และเข้ามาพบแพทย์ตามกำหนด เพื่อทำการตัดไหมและตรวจอาการ

กลับไปหน้าแรก

ผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา แก้ไขเปลือกตาล่างหย่อน

การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาหรือการแก้ไขเปลือกตาล่างหย่อน เพื่อความอ่อนเยาว์ของใบหน้าและดวงตา
ถุงไขมันใต้ตา เป็นก้อนไขมันที่อยู่เปลือกตาล่าง เกิดจากการสะสมของไขมันที่มีตามปกติบริเวณใต้ลูกตา มักจะเกิดร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อและเปลือกตาล่างอ่อนกำลังลงในผู้ที่เริ่มมี อายุมากขึ้น หรือบางคนก็พบได้ก่อนวัยอันควรทำให้เกิดอาการบวมมากในตอนเช้าหรือดูคล้ายกับคนที่มีอาการเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลา ทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ปัญหาเหล่านี้สามารถผ่าตัดแก่ไขได้ และทำให้เปลือกตาล่างมีลักษณะแบนเรียบและตึงขึ้นโดยศัลยแพทย์ตกแต่งผู้ชำนาญ เป็นการผ่าตัดที่ทำได้ง่ายได้ผลดีและใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล
การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดลดถุงไขมันใต้ตา
- ผู้ที่เป็นโรคเลือดออกไม่หยุด หรือเป็นเบาหวานขั้นรุนแรงไม่ควรทำการผ่าตัด
- ผู้ที่มีประวัติการใช้ยาจำพวกที่ทำให้เลือดหยุดได้ช้าลงเช่นยาสลายลิ่มเลือด แอสไพริน ยาปฏิชีวนะ วิตามินอี น้ำมันตับปลา เป็นต้น หรือควรหยุดยาก่อนผ่าตัดอย่างน้อย2สัปดาห์
- ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาชนิดใดควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการผ่าตัด
- งดสูบบุหรี่3วันก่อนการผ่าตัด
- งดน้ำ-อาหาร อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด
วิธีการผ่าตัดไขมันใต้ตา
- แพทย์จะเริ่มให้ยานอนหลังชนิดรับประทานหรือยาฉีดร่วมด้วยเพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวในขณะทำการผ่าตัดเพื่อคลายกังวล จากนั้นจึงฉีดยาชาบริเวณผนังเปลือกตาล่างโดยผู้ป่วยจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการผ่าตัด
- จากนั้นแพทย์จะทำการผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างนั้นออก เพื่อให้บริเวณที่โป่งนูนนั้นเรียบขึ้น
- จากนั้นแพทย์ก็จะตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง
- แพทย์จะทำการเย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็กมากชนิดไม่ละลายเพื่อให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุดและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง โดยจะซ่อนอยู่ชิดกับขนตาล่าง ทำให้ไม่สามารถสังเกตเห็นรอยแผลใด ๆจากการผ่าตัดได้ชัดเจนเมื่อแผลหายสนิทแล้ว
- เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโดยมีการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อน้อยและใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 30-45 นาที
การดูแลหลังผ่าตัด
- นอนหัวสูงประมาณ 30 ํ-40 ํ หรือหนุนหมอนสูงประมาณ 2-3 ใบ ในช่วง 2-3 วันแรก
- ประคบเย็นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตาในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด (โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อช่วยห้ามเลือดซึม
- รับประทานยาแก้อักเสบและยาลดบวมหากปวดสามารถรับประทานยาแก้ปวดได้หลีกเลี่ยงการดื่มของมึนเมา เนื่องจากจะมีผลทำให้แผลหายช้าและพักผ่อนให้เพียงพอ
- หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมง สามารถทำความสะอาดแผลได้โดยใช้สำลีก้อนชุบน้ำอุ่นที่สะอาดเช็ดเบา ๆบริเวณแผล แล้วทาขี้ผึ้งยาปฏิชีวนะเคลือบแผลตามแพทย์สั่งที่บริเวณแผล
- หลังการผ่าตัด3วันสามารถล้างหน้าได้ตามปกติและควรใช้น้ำอุ่น เพื่อจะได้ล้างทำความสะอาดใบหน้าได้ง่ายขึ้น
- วันที่ 4 หลังผ่าตัด ให้เริ่มประคบด้วยน้ำอุ่นที่บริเวณหน้าผากและรอบดวงตา (โดยประคบ 15 นาทีเว้น 15 นาที) เพื่อบรรเทาอาการบวมและเขียวช้ำได้
- พยายามอย่ากะพริบตาถี่ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการตาบวมภายใน 2 ถึง 3 อาทิตย์แรก หลังผ่าตัดคนไข้ต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะมีผลต่อการเพิ่มความดันในดวงตา ได้แก่ การเล่นกีฬาทุกประเภทการก้ม การยกของหนักและการร้องไห้ และควรหลีกเลี่ยงการออกแดด และสวมแว่นกันแดดจนกว่าแผลจะหาย
- ไม่ควรขยี้ตารุนแรง3สัปดาห์หลังจากทำ
- ห้ามทายาฮีรูดอยส์ หรือยาอื่นที่แพทย์ไม่ได้สั่งให้เด้ดขาด และมาพบแพทย์เพื่อตรวจแผลและตัดไหมตามนัด
- อาการบวมหลังการผ่าตัดจะมีอยู่ประมาณ 3 วัน ยุบบวมในวันที่ 4 ไปเรื่อย ๆและยุบบวมจนหายสนิทในเวลาประมาณไม่เกิน 1 เดือน

กลับไปหน้าแรก

ตัดกราม

ตัดกราม ลบเหลี่ยมที่กว้างใหญ่ให้ใบหน้าเรียวได้รูปสวย
คุณเคยสังเกตดาราหรือนักร้องบางคนมั้ยว่า ตอนแรกที่เข้าวงการไม่เห็นสวยเท่าไหร่ บางคนหน้าใหญ่ บาน หรือหน้าเป็นเหลี่ยมเชียว แต่ตอนนี้ทำไมหน้าเรียวจัง
ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ เพราะวิทยาการทางการแพทย์สมัยนี้ก้าวไกลไปมาก แพทย์สามารถแก้ไขและเปลี่ยนรูปหน้าให้สวยดูดีและปลอดภัยได้เพียงชั่วข้ามคืน ปัญหาโครงกระดูกที่โหนกแก้มสูง มุมขากรรไกรยื่นออกด้านข้าง คางสั้น ทั้งหมดนี้แพทย์สามารถตกแต่งรูปทรงใหม่เปลี่ยนแปลงให้ใบหน้าที่ดูกว้าง สั้น แบน ให้ดูแคบ เรียว และดูยาว สวยได้รูป โดยการผ่าตัดลดโหนกแก้ม ตัดแต่งมุมกราม และยืดกระดูกคาง เป็นต้น
การตัดกรามให้เล็กลงเป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้ใบหน้าเปลี่ยนรูปทรงใหม่ได้ โดยจะทำให้หน้าดูเรียวและอ่อนโยนขึ้น คนไข้อาจทำเพียงอย่างเดียวหรือทำร่วมกับการเสริมคางหรือร่วมกับการลดโหนกแก้ม และยืดกระดูกคาง หรือจะนำกระดูกกรามมาเสริมคางในการผ่าตัดครั้งเดียวกันเลยก็ได้ ซึ่งการตัดกรามสามารถทำได้ทั้งจากภายนอกช่องปากและภายในช่องปาก เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาพักฟื้นไม่นานนักและได้ผลดี ก่อนการผ่าตัดแพทย์จะตรวจกระดูกขากรรไกรก่อนว่ามีความผิดปกติอื่นๆร่วมด้วยหรือไม่ เช่น ความหนาของกระดูก ความสูงของขากรรไกร ความสมดุลของกระดูกกรามข้างซ้ายและขวา ซึ่งอาจมีผลให้ไม่สามารถทำให้เท่ากันได้ เพราะโครงสร้างที่แตกต่างกัน รูปทรงของข้อต่อขากรรไกร ฯลฯ รวมทั้งแพทย์จะต้องตรวจภาพเอกซเรย์ด้วย เพื่อประเมินการรักษาว่าเมื่อตัดแต่งแล้วจะได้รูปทรงอย่างไร และจะลดมุมเหลี่ยมของกระดูกกรามได้มากน้อยเพียงใด
การตัดกรามมี 2 วิธี คือ
- ผ่าตัดภายนอกปาก ผ่านผิวหนังบริเวณมุมกรามโดยตรง จะมีรอยแผลเป็นบริเวณใบหน้า
- ผ่าตัดภายในปาก เป็นวิธีที่แพทย์นิยมเนื่องจากไม่มีแผลด้านนอก โดยแพทย์จะซ่อนแผลไว้บริเวณซอกเหงือกด้านหลังฟันซี่สุดท้ายในปาก
ความแตกต่างของ 2 วิธีนี้ก็คือ
- การผ่าตัดภายนอกปาก เป็นการเปิดแผลโดยตรงบริเวณมุมกรามทั้ง 2 ข้าง เข้าไปที่มุมกระดูกขากรรไกร แล้วใช้เครื่องมือแพทย์ที่เป็นเลื่อยเล็กๆ ตัดตามตำแหน่งที่ต้องการ วิธีนี้จะง่ายกว่าการผ่าตัดในช่องปาก อาการบวมน้อยกว่า หลังผ่าตัดแทบไม่ต้องดูแลอะไรเลยแต่วิธีนี้จะไม่นิยมทำกันในปัจจุบัน เนื่องจากมีโอกาสกระทบกระเทือนต่อเส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้ชั่วคราว และที่สำคัญคือจะมีรอยแผลผ่าตัดยาวประมาณ 2-3 ซม.ทั้ง 2 ข้าง
- การผ่าตัดในช่องปาก ต้องใช้ความชำนาญมากกว่าวิธีที่แรก และต้องมีเครื่องมือพิเศษที่สามารถเลื่อนกระดูกที่ต้องการตัดแต่งได้ในซอกแคบๆ แต่ในมือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยาก และเป็นวิธีที่ง่าย ปลอดภัย และไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับเส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อมุมปากแต่อย่างใด การผ่าตัดภายในช่องปากจะผ่าตัดโดยผ่านซอกเหงือกด้านหลังบริเวณฟันกราม ไปที่มุมกระดูกขากรรไกรและตัดแต่งตามต้องการ วิธีนี้สามารถตัดแต่งได้ตลอดกระดูกขากรรไกร เนื่องจากสามารถเปิดแผลได้ยาวกว่าโดยไม่ต้องคำนึงถึงแผลเป็น จึงทำให้ได้กระดูกกรามที่โค้งเนียนขึ้น
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
วิธีการผ่าตัดในช่องปากจะมีอาการบวมมากกว่าวิธีผ่าตัดด้านนอกปาก โดยจะบวมประมาณ 5-10 วัน หลังผ่าตัดคนไข้จะมีอาการปวดแผลใน 3-4 วันแรก ซึ่งหลังผ่าตัดคนไข้จะได้พักที่ รพ.2 วัน เพื่ออยู่ในความดูแลของพยาบาลและแพทย์ หลังผ่าตัดควรงดอาหารในวันแรกเพื่อป้องกันเศษอาหารรบกวนแผล และควรประคบเย็นภายใน 2-3 วันแรก หลังจากนั้นงดประคบเย็น ในระยะแรกที่มีอาการบวมจะทำให้คนไข้อ้าปากได้ไม่มาก เนื่องจากมีความตึงตัวของเนื้อเยื่อรอบ ๆ แต่เมื่ออาการบวมค่อยๆลดลง ก็จะอ้าปากได้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมากแพทย์จะแนะนำให้คนไข้พยายามอ้าปากบ่อย ๆ เพื่อเป็นการขยับข้อต่อขากรรไกร ป้องกันไม่ให้ข้อต่อเกิดอาการฝืดได้คนไข้ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากบ่อย ๆ โดยแพทย์จะแนะนำให้คนไข้บ้วนปากด้วยน้ำยาหลังผ่าตัดแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นสามารถแปรงฟันด้วยขนแปรงอ่อน ๆ เบา ๆ ได้ในสัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัดห้ามเคี้ยวอาหารแข็งในสัปดาห์แรก ควรทานอาหารประเภท นม น้ำผลไม้ และอาหารอ่อน ๆ และควรงดสูบบุหรี่ และงดทานอาหารรสจัด ของหมักดอง หรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ ประมาณ 1 เดือน อาการบวมจะยุบและเข้าที่เมื่อผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ และจะได้รูปทรงใบหน้าตามต้องการประมาณ 4-6 สัปดาห์

กลับไปหน้าแรก

เสริมสะโพก เสริมก้น

เสริมสะโพก เสริมก้น เพื่อความสวยงามของรูปร่าง และเพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว
การผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น เป็นการเสริมรูปร่างของสะโพกและก้นให้แลดูกลมกลึงสวยงามได้ขนาดพอเหมาะ มีเสน่ห์ เพิ่มความมั่นใจในการแต่งตัว ซึ่งการผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น เป็นที่นิยมในต่างประเทศ
และปัจจุบันวิวัฒนาการเกี่ยวกับถุงซิลิโคนและเทคนิคการผ่าตัดได้พัฒนาขึ้น สามารถทำได้อย่างปลอดภัย และผลการรักษาเป็นที่หน้าพอใจสูง จึงทำให้เป็นที่นิยมของคนไทยมากขึ้น
ชนิดของถุงซิลิโคนที่ใช้
ถุงซิลิโคนที่ใช้ จะเป็นถุงซิลิโคนที่ใช้เฉพาะเสริมสะโพก เสริมก้น เท่านั้น ซึ่งมีความแข็งแรงและเหนียวกว่าวุ้นซิลิโคน เพราะเป็นซิลิโคนที่มีความดึงตัวสูงจึงไม่เสียรูปทรง ปลอดภัยและมีความคงทนสูงต่อแรงกดขณะนั่ง และ นอน
ถุงซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมสะโพก เสริมก้น ยังได้รับการศึกษาและยอมรับในปัจจุบันว่าไม่มีผลต่อสุขภาพและการเสี่ยงต่อการเกิดโรงต่างๆ เช่น มะเร็ง โรคภูมิแพ้ หรือโรคข้ออักเสบ เป็นต้น
อีกทั้งการเสริมสะโพก เสริมก้น ด้วยถุงซิลิโคนไม่ทำให้เกิดอันตรายหรือมีปัญหาแทรกซ้อนมากเหมือนการไปรับการฉีดซิลิโคน หรือสารเหลวอื่นๆ ซึ่งพบว่ามีการไหลไปสู่ส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ขา หรือ ขาหนีบ เป็นต้น
ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น
ผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องงดน้ำและอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เนื่องจากแพทย์จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเพื่อดูความพร้อมต่อการผ่าตัด และผู้เข้ารับการผ่าตัดต้องได้รับการดมยาสลบขณะผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้นด้วย โดยแพทย์จะผ่าบริเวณร่องก้นเป็นแนวตั้งบริเวณกระดูกก้นกบ ยาวประมาณ 2-3 นิ้ว ในตำแหน่งของร่องก้นพอดี ข้อดีของการผ่าบริเวณนี้คือแผลเป็นจะอยู่ในร่องก้น ทำให้มองเห็นไม่ชัดและการผ่าตัดจะเปิดแผลเพียงแผลเดียว สามารถใส่ถุงซิลิโคนเข้าทั้งด้านซ้ายและด้านขวาได้
จากนั้นแพทย์จะยกส่วนของชั้นกล้ามเนื้อขึ้นเพื่อให้เกิดเป็นช่องสำหรับวางซิลิโคน และใส่ถุงซิลิโคน รูปกลม หรือ รี เข้าไปใต้กล้ามเนื้อก้นระหว่างกล้ามเนื้อส่วนนอกและส่วนกลาง ซึ่งเป็นเทคนิคใหม่ที่ช่วยลดปัญหาการเคลื่อนที่ของถุงซิลิโคน และการเกิดพังผืด อีกทั้งช่วยเสริมความแข็งแรงของถุงซิลิโคนที่ใส่ และช่วยให้ได้รูปทรงของสะโพกที่กลมกลึงสวยงามด้วย เมื่อทำครบทั้ง 2 ข้างและตรวจสอบความเรียบร้อยแล้วจึงเย็บปิดบาดแผลด้วยไหมเส้นเล็กๆ โดยใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดประมาณ 1-2 ชั่วโมง
การดูแลหลังผ่าตัดเสริมสะโพก เสริมก้น
หลังผ่าตัดผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้พักที่ รพ.3 วัน โดยพยาบาลจะทำความสะอาดแผลให้ตามคำแนะนำของแพทย์ ในช่วง 3 วันแรกให้นอนคว่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงการกดทับบริเวณแผลและป้องกันไม่ให้แผลแยกซึ่งจะช่วยทำให้แผลหายเร็วขึ้น
หลังจาก 3 วัน สามารถนอนตะแคงสลับการนอนคว่ำ และเริ่มนอนหงายหรือนั่งได้พอสมควร และคนไข้ต้องเข้ามาตัดไหมประมาณ 7-10 วันหลังผ่าตัด หลังผ่าตัดประมาณ 2-3 สัปดาห์ ผู้เข้ารับการผ่าตัดสามารถเดินหรือนั่งได้เต็มที่ตามปกติ ห้ามฉีดยาที่สะโพกเด็ดขาด โดยทั่วไปมักจะสงสัยว่ากรณีฉุกเฉินถ้าไม่รู้สึกตัวอาจถูกฉีดยาที่สะโพกได้
แต่โดยทั่วไปถ้ามีเหตุฉุกเฉิน หรือประสบอุบัติเหตุทำให้สลบเข้าโรงพยาบาล การฉีดยาส่วนใหญ่มักจะฉีดเข้าเส้นเลือดมากกว่าการฉีดยาที่ตำแหน่งอื่น ๆ

กลับไปหน้าแรก

การบริการ

ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องการทำศัลยกรรมความงาม พร้อมรีวิวและข้อมูลราคาการทำศัลยกรรม อาทิเช่น

เสริมจมูก ตัดปีกจมูก ขูดซิลิโคนเหลว เสริมหน้าอก ตา2ชั้น เสริมสะโพก เสริมก้น ผ่าตัดรัดกระเพาะ ดึงหน้าดึงคอ ดึงหน้าผาก หนังตาตก ตัดถุงไขมันใต้ตา รอยย่นใต้ตา แก้ไขหน้าอกหย่อนยาน แก้ไขหัวนมบอด ลดขนาดหัวนมให้เล็กลง รีแพร์ ตกแต่งเลเบีย ทำสาว รีแพร์โดยเลเซอร์ กำจัดขนถาวร จัดฟัน เลสิก กำจัดเส้นเลือดขอด เสริมเนื้อริมฝีปากให้ดูอิ่ม แก้ไขริมฝีปากหนาให้บางลง ทำลักยิ้ม เสริมคาง ฉีดแก้ม ตัดกระเดือก ตกแต่งสะดือ ดูดไขมันเฉพาะส่วน ดูดไขมัน vaser ตัดไขมันหน้าท้อง แก้ไขหน้าท้องลาย ฉีดไขมันก้น ตัดกรามเข้าในปาก ลดโหนกแก้มสูง เหลาคาง แก้คางเหลี่ยม แปลงเพศชายเป็นหญิง การทำนิ้วเทียม เป็นต้น

การขอส่วนลดพิเศษ

"ปิ่น" เป็น Sale ภายนอกของรพ.ค่ะ ทำหน้าที่แนะนำลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ รพ. โดยปิ่นจะออกหาลูกค้าจากข้างนอก รพ.และแนะนำให้เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากปิ่นจะออกหาลูกค้าจากภายนอกดังกล่าวไปข้างต้น ซึ่งปิ่นจะค่อนข้างหาลูกค้าได้ลำบากกว่า Sale ภายในที่คอยรับลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาใน รพ.

ฉะนั้นทาง รพ.จึงให้สิทธิ Sale ภายนอกอย่างปิ่นให้สามารถทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นได้ ไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการที่ศูนย์บริการใดก็ตามใน รพ. ปิ่นก็ทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ใหุ้ได้ทั้งหมด ซึ่ง Sale ภายนอกอย่างปิ่นจะเป็นเพียงแผนกเดียวที่สามารถทำเรื่องลดให้ลูกค้าได้ เพราะหาลูกค้าได้ยากน่ะค่ะ ซึ่งถ้าลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาในรพ.โดยไม่ได้ติดต่อผ่านปิ่นก็จะไม่ได้ส่วนลดใด ๆเลยค่ะ

ทั้งนี้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นนั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมเลยทั้งสิ้นค่ะ แถมปิ่นยังทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ได้ทุกศูนย์บริการใน รพ. อีกด้วย
เพียงแค่แจ้งชื่อ-นามสกุลของท่านเพื่อที่จะแจ้งทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ในวันที่ท่านเข้ามาใช้บริการที่ รพ. โดยแจ้งก่อนวันที่ท่านจะเข้ามารพ.อย่างน้อย 1 วัีนเท่านั้นเองค่ะ

แล้วปิ่นก็จะจัดการจองคิวนัดคุณหมอให้โดยลูกค้าสามารถระบุได้เลยค่ะว่าจะพบคุณหมออะไร แต่ถ้าลูกค้าไม่ทราบ ปิ่นก็จะแนะนำแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านที่ลูกค้าต้องการรักษาให้ค่ะ และวันที่ท่านเข้ามาที่ รพ. ปิ่นก็จะมาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่านด้วยค่ะ และลูกค้าก็ไม่ต้องกังวลนะคะว่าพอได้รับส่วนลดแล้ว จะได้วัสดุหรือบริการที่แตกต่างจากคนที่จ่ายเต็ม เพราะทุกอย่างจะเท่าเทียมกับลูกค้าที่จ่ายเต็มๆเลยค่ะ เพียงแต่ลูกค้าจะได้สิทธิพิเศษในเรื่องของส่วนลดที่ได้จากปิ่นเท่านั้นเอง และลูกค้าก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลยค่ะ

ขอย้ำนะคะว่า"ลูกค้าที่ปิ่นทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลย แถมยังได้ส่วนลดอีกต่างหาก ซึ่งเวลาชำระเงินที่แคชเชียร์ของ รพ.ลูกค้าก็จะจ่ายค่าใช้จ่ายในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นค่ะ"