ศูนย์ผิวหนัง และ กำจัดขน

SEP 08 2010

รับส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์การรักษา โดยที่ท่านสามารถระบุแพทย์ได้หรือกรณีไม่ทราบเราสามารถแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ท่านได้ เช่น
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงษ์,นพ.ปราโมทย์ มนูรังสี,นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี,นพ.วิทวัส อังคทะวานิช, นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ,นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง,นพ.สานิจ พงคพนาไกร, นพ.สุกิจ วรธำรง,นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์,นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์,นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล, นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์,นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ,นพ.กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ เป็นต้น
โดยท่านจะได้รับความสะดวกในการจองคิวนัดแพทย์ล่วงหน้าและในวันที่ท่านมาโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่าน โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังมอบบัตรส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์บริการภายในของรพ.ยันฮี เพื่อใช้ยื่นลดเปอร์เซ็นต์กับแคชเชียร์ของรพ.ยันฮี อีกด้วย
หากมีคำถามหรือมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม เช่น ค่าใช้จ่าย เลือกหรือปรึกษาคุณหมอท่านใด การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด อย่างไรบ้าง การแก้ไขในส่วนของที่ทำมาแล้วหรือทำมาจากที่อื่น เป็นต้น
สามารถสอบถามได้จากที่นี่เลยค่ะ สอบถาม-พูดคุยเรื่องศัลยกรรม
รายชื่อและตารางเวรคณะแพทย์ศูนย์เส้นเลือดขอดและกำจัดขน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
รายชื่อและตารางเวรคณะแพทย์ด้านผิวหนังและความงาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่

รักษาสิว - ฝ้า - กระ

สิวเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยทั่วไปเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็จะเริ่มพบสิวบนใบหน้า ในบางรายอาจพบที่หน้าอก ลำตัว หลัง หรือที่อื่นได้ อย่างไรก็ตามสิวสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย
ลักษณะของสิว
สิวแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
- สิวไม่อักเสบ หรือสิวอุดตันมีลักษณะเป็นตุ่มมีหัวสีดำเรียกว่า“สิวหัวดำ”หรือสิวหัวเปิด ถ้าตรงกลางมองเห็นเป็นสีขาวเรียกว่า“สิวหัวขาว” หรือสิวหัวปิด
- สิวอักเสบ มีลักษณะเป็นตุ่มแดงตุ่มหนอง หรือสิวหัวช้างขนาดต่างๆกัน มีอาการเจ็บมาก บางรายเป็นมากอาจมีไข้สูงได้
สาเหตุของการเกิดสิว
การดูแลรักษาสิวทั่วไป
- ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆวันละ 2 ครั้ง ถ้าใบหน้ามันมากอาจล้างหน้าหรือใช้กระดาษซับมันในตอนกลางวัน
- ไม่ควรกดหรือบีบหัวสิวเพราะจะทำให้สิวเกิดการอักเสบมากขึ้น
- ควรใช้เครื่องสำอางชนิดที่ได้มาตรฐานผ่านการทดสอบแล้วว่าไม่ก่อสิว
- รับประทานอาหารได้อย่างปกติ นอกจากในบางรายที่มีประวัติแน่ชัดว่าสิวเป็นมากขึ้นจากอาหารบางประเภท
- พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
การรักษาสิว
- ใช้ยาทาเฉพาะที่หรือยารับประทานตามที่แพทย์สั่ง
- ใช้เครื่องมือกดสิวช่วย กรณีเป็นสิวอุดตันมาก
- กรณีที่เป็นสิวหัวใหญ่ การฉีดยาลดการอักเสบเข้าหัวสิวช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นได้
- รอยดำจากสิว รอยแผลเป็นจากสิวรักษาได้หลายวิธี เช่น การใช้ยาทา การจี้ TCA การทำ AHA ทรีทเม้นต์ การทำไอออนโต การฉีดสารคอลลาเจน หรือการใช้แสงเลเซอร์ ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะของรอยดำว่าเหมาะกับวิธีใด

ฝ้าไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่มีผลกระทบทำให้คุณต้องเสียบุคลิกภาพ หมดความมั่นใจได้ รอยฝ้ามีลักษณะเป็นสีน้ำตาลคล้ำ มักเกิดบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก จมูก เหนือริมฝีปากและคาง ส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนกันทั้งสองข้างของใบหน้า พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย และพบมากในวัยกลางคน
ลักษณะฝ้า
- ฝ้าลึก
- ฝ้าตื้น
- ฝ้าผสม
สาเหตุของการเกิดฝ้า
- แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญ แสงอัลตร้าไวโอเลต รวมทั้งแสง Visible light และไอความร้อนเป็นตัว กระตุ้นให้เกิดฝ้าหรือทำให้ฝ้าชัดมากขึ้น
- ความไม่สมดุลของฮอร์โมน ฝ้าจะพบได้บ่อยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนเพศ เช่น ในระหว่างตั้งครรภ์ หรือการรับประทานยาคุมกำเนิด
- การ แพ้ส่วนผสมในเครื่องสำอาง เครื่องสำอางบางชนิดมีส่วนผสมของน้ำหอมหรือสารบางชนิด ซึ่งอาจทำปฏิกิริยากับแสงแดด แล้วเกิดการแพ้แบบรอยฝ้าได้
- ยาบางชนิด อาจทำให้เกิดผื่นดำคล้ายรอยฝ้า เช่น ยากันชักบางตัว
- รอยฝ้ายังพบร่วมในโรคต่างๆ เช่น โรคตับแข็ง ภาวะขาดไวตามิน บี12 และโรคของต่อมไร้ท่อ
- พันธุกรรม และอายุที่เพิ่มมากขึ้น
วิธีการรักษาฝ้า
- การใช้ครีมกันแดด ควรใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF-15 ขึ้นไป
- การใช้ครีมทารักษาฝ้า ตัวยาจะช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี หรือช่วยเร่งให้เม็ดสีหลุดลอกออกไป การใช้ครีมทาฝ้าควรใช้ด้วยความระมัดระวัง และอยู่ในความดูแลของแพทย์ผิวหนัง
- การรักษาด้วยยาทา ควรใช้ยาต่อเนื่อง เมื่อฝ้าจางไปควรค่อยๆลดการใช้ยาลง
- การรักษาอื่นๆ ที่ช่วยให้การรักษาเร็วขึ้น หรือเป็นตัวเสริม เช่น การทำทรีทเมนต์ด้วย AHA การทำไอออนโต การผลัดผิวด้วยผงคริสตัล(M.D.)
คำแนะนำเกี่ยวกับการป้องกันฝ้า
- ควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัดๆ โดยเฉพาะในช่วง 10.00-14.00 น.
- ควรทดสอบเครื่องสำอางก่อนใช้กับใบหน้าทุกครั้ง
- หลีกเลี่ยงสารที่แพ้ง่าย เช่น เครื่องสำอางที่มีกลิ่นหอม
- ควรใช้ครีมกันแดด ที่มีคุณสมบัติป้องกันแสงอัลตร้าไวโอเลตได้และมี SPF(Sun Protection Factor)มากกว่าหรือเท่ากับ 15
- หยุดยาที่เป็นสาเหตุ เช่น ยาคุมกำเนิด ยากันชักบางประเภท
- เมื่อเกิดฝ้าขึ้นบริเวณใบหน้า ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษาไม่ควรซื้อยาทาเอง
- สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ แนะนำให้ใช้ครีมกันแดดและหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด หลังคลอดแล้วส่วนมากฝ้าจะจางลงได้เอง

กระแบ่งเป็น 4 ประเภทดังนี้
- กระตื้น ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆมีขนาดไม่เกิน 0.5 เซนติเมตร ขอบเขตไม่ชัดเจน และมักพบกระจายทั่วใบหน้า ถ้าโดนแดดสีมักจะเข้มขึ้น แต่ถ้าไม่โดนแดดนานๆสีมักจะจางลงได้เอง
- กระลึก ลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเทาๆ เห็นเป็นเงาลึกๆ ส่วนใหญ่อยู่บริเวณโหนกแก้ม 2 ข้าง
- กระเนื้อ มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาล หรืออาจเป็นสีดำ จะเป็นก้อนเล็กๆผิวเรียบหรือขรุขระก็ได้ บางครั้งดูคล้ายหูด มักพบบริเวณใบหน้า คอ หรือลำตัวก็ได้
- กระแดด มีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวเรียบ ส่วนใหญ่พบในคนสูงอายุหรือคนที่ต้องทำงานอยู่กลางแสงแดดเป็นเวลานาน
วิธีการรักษากระแต่ละประเภท
- กระตื้น สามารถรักษาโดยใช้ยาทา จี้ด้วยน้ำยา TCA หรือรักษาด้วยเลเซอร์
- กระลึก สามารถรักษาโดยใช้ยาทา หรือรักษาด้วยเลเซอร์
- กระเนื้อ สามารถรักษาโดยใช้เครื่องจี้ไฟฟ้า หรือเลเซอร์
- กระแดด สามารถรักษาโดยใช้เลเซอร์
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
- การรักษาด้วยการจี้ TCA การจี้ด้วยเครื่องจี้ไฟฟ้า หรือการจี้ด้วยเลเซอร์ จะทำให้เกิดสะเก็ด ซึ่งจะหลุดเองภายใน 5-7 วัน ห้ามแกะสะเก็ดโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
- ควรหลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดจัดๆ เพื่อป้องกันการกลับมาเป็นอีก
- ควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ขึ้นไปเป็นประจำ
- ควรดูแลบริเวณที่ทำการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะกรณีที่ใช้เลเซอร์
เมื่อได้รับการรักษาปัญหาเรื่องกระ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญแล้วและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้องก็จะไม่มีผลข้างเคียงใดๆ จากการรักษาแต่ถ้าไม่ปฏิบัติตามที่แพทย์แนะนำ เช่น แกะสะเก็ดที่เกิดจากการรักษาก็อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นได้
- อิทธิพลของฮอร์โมน เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นฮอร์โมนเพศมีระดับสูงขึ้นจะกระตุ้นต่อมไขมันบนใบหน้าให้มีขนาดใหญ่ขึ้น สร้างไขมันมากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดการอุดตันและอักเสบตามมา นอกจากนี้ภาวะที่มีฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ช่วงมีประจำเดือนหรือช่วงตั้งครรภ์ก็มักเกิดสิวขึ้นได้
- เชื้อแบคทีเรีย P.ACNE เมื่อมีการเพิ่มจำนวนขึ้นก็จะก่อให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้
- ภาวะจิตใจและอารมณ์ ความเครียดต่างๆการพักผ่อนไม่เพียงพออาจทำให้สิวเป็นมากขึ้น
- การล้างหน้ามากเกินไป และใช้สบู่ที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดการระคายเคือง เกิดการอุดตันของรูขุมขนและการใช้เครื่องสำอางบางอย่างที่อาจก่อให้เกิดสิว เช่น ครีมบำรุงผิว น้ำมันใส่ผม
- ยารับประทานบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาวัณโรค ยาแก้แพ้ต่างๆ และสารกระตุ้นบางชนิด เป็นต้น
- อื่นๆ เช่น สิวจากการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมบางชนิด เป็นต้น

กลับไปหน้าแรก

การขจัดเซลลูไลท์

ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มมีผิวเป็นคลื่นผิวส้มหรือที่เรียกว่า เซลลูไลท์ อันเนื่องมาจากการสะสมของไขมันอย่างผิดปรกติหรือมากเกินไปที่ผิวหนังและทำ ให้ผนังชั้นที่หุ้มเซลล์เกิดการบิดเบี้ยวและถูกรั้ง เป็นสาเหตุทำให้ผิวของท่านเกิดลักษณะคล้ายผิวส้ม
สาหตุของการเกิดเซลลูไลท์(ผิวส้ม)
- จากกรรมพันธุ์
- จากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนในร่างกาย
- อุปนิสัยรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้องทำให้เกิดการสะสมของไขมันอย่างผิดปกติ
- จากผู้ที่เคยลดความอ้วนมาก่อน
ตรวจเซลลูไลท์ด้วยตนเองแบบง่ายๆ ถ้าคุณสงสัยว่าผิวคุณมีเซลลูไลท์หรือไม่ให้ลองบีบผิวหนังที่บริเวณ ต้นขาหรือ ต้นแขน หากพบว่าผิวหนังของคุณมีลักษณะบุ๋มเป็นตุ่มเล็กๆ(คล้ายผิวส้ม)ขึ้นมานั่น แสดงว่าผิวคุณมีเซลลูไลท์หรือชั้นไขมันแล้ว
มิติใหม่ของการรักษาผิวหนัง-ขจัดเซลลูไลท์ ด้วยเครื่องเซลลูไลท์ - IP
- ช่วยให้ผิวขรุขระ(ผิวส้ม)ให้เนียนเรียบ
- ช่วยให้ผิวหนังที่หย่อนยานกระชับมากขึ้นหลังจากลดความอ้วน
- ช่วยเสริมให้ผิวเรียบเนียนขึ้นหลังจากการดูดไขมัน
- ช่วยกระชับใบหน้า หรือผิวหนังส่วนต่างๆของร่างกายให้เต่งตึงขึ้น
- ช่วยสลายไขมันที่จับเป็นก้อนใต้ผิวหนัง
การรักษาด้วยเครื่องเซลลูไลท์ -IP
- ช่วยลดริ้วรอย(wrinkles)บนใบหน้า ลดความหย่อนยานบนใบหน้า ลดความดำของขอบตาที่คล้ำ
- ช่วย re-shape รูปลักษณ์บนใบหน้า ชะลอความแก่ตัวของเซลล์บนผิวหนัง(Anti-Aging)
- ลดถุงไขมันใต้ตา(ในกรณีที่เป็นไม่มาก)เพิ่มการหมุนเวียนของเลือดในใบหน้าทำให้ผิวหน้ามีชีวิตชีวาดีขึ้น คลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อบนใบหน้า
ขั้นตอนการรักษา
- ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสภาพผิวหนังและไขมัน
- ใช้เวลาในการรักษาประมาณ 35-45 นาที
- การรักษาใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 14-20 ครั้ง
- การรักษาในช่วงแรกจะทำการรักษา 2 ครั้ง/สัปดาห์ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
- การใช้เครื่องเซลลูไลท์ IP ในการลดไขมัน ลูกกลิ้งจะเคลื่อนไปช้าๆไปบนผิวหนังที่ย่นหรือขรุขระ
- หลังการรักษาภายใน 24 ชม. ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 10-12 แก้ว
การดูแลหลังการรักษา
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์เน้นผักและผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง
- ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขภาพที่ดีตลอด
- ควรดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วทุกวัน
- หลังจากจบคอร์สเซลลูไลท์ควรมารักษาสภาพ(Maintain)การขจัดเซลลูไลท์เดือนละครั้งด้วยโปรแกรมพิเศษเพื่อ คงสภาพรูปร่างและผิวที่กระชับไว้ตลอด

กลับไปหน้าแรก

การรักษาด้วยเลเซอร์

ปัจจุบันทางการแพทย์ได้นำเลเซอร์เข้ามาใช้ เพื่อการรักษาทางการแพทย์ แสงเลเซอร์จึงเป็นเครื่องช่วยในการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และเป็นทางเลือกหนึ่งของการรักษาโรคผิวหนังและเรื่องราวเกี่ยวกับความสวย ความงาม เช่น ใช้กำจัดสิ่งที่เกิดขึ้นในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมบนใบหน้า หรือจุดต่างๆของร่างกาย ได้แก่ ปาน ไฝ หูด ติ่งเนื้อ กระเนื้อ กระแดด สิวหิน รอยสัก รอยแผลเป็น ริ้วรอยต่างๆ ทั้งนี้การใช้แสงเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพ ควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หากใช้ไม่ถูกวิธีหรือไม่ถูกประเภทกับลักษณะการรักษา จะก่อให้เกิดผลเสียตามมาได้ เครื่องเลเซอร์ปัจจุบันมีมากมายหลายชนิด ซึ่งมีประสิทธิภาพและการรักษาที่แตกต่างกันออกไป แต่ที่นิยมใช้มากที่สุด ได้แก่
เครื่อง CO2 Laser
เป็นเครื่องเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก และเป็นเลเซอร์ชนิดที่ปล่อยคลื่นแสงเฉพาะ กับเซลล์ที่มีน้ำอยู่ภายใน แบ่งออกเป็นเลเซอร์หลายประเภทแล้วแต่การใช้งาน เช่น Ultra pulse และ Super pulse
วิธีการรักษาคือ จะปล่อยแสงเลเซอร์ลึกใต้ผิวหนังประมาณ 20-30 ไมครอน จนถึง 0.1-0.2 มิลลิเมตร ต่อการยิง 1 ครั้ง หากยิงเลเซอร์ลึกเกินกว่านั้น ลำแสงจะเข้าไปทำลายเซลล์อื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น เครื่อง CO2Laser สามารถใช้รักษาโรคได้หลายชนิด แต่ส่วนมากแล้วนิยมใช้ในการกำจัดไฝ หูด ขี้แมลงวัน กระเนื้อ ติ่งเนื้อ สิวหิน และต่อมไขมันโต เป็นต้น
เครื่อง Erbium Yag Laser
คุณสมบัติของเครื่องใกล้เคียงกับ CO2Laser เป็น คลื่นแสงที่ทำลายเฉพาะบริเวณที่ต้องการแบบตื้นๆกับเซลล์ที่มีน้ำ จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าเลเซอร์ทั่วไปและจะเกิดรอยดำและแดงหลังการ ทำเลเซอร์กับคนที่มีสีผิวคล้ำน้อยกว่าเลเซอร์ตัวอื่นๆ สำหรับเครื่อง Erbium Yag Laser นิยมใช้ในการกรอผิวหน้าเพื่อลบรอยแผลเป็นจากหลุมสิว ริ้วรอยใต้คาง รอบปาก รอบตา รอยแผลเป็นบนใบหน้าที่เป็นร่องหลุมให้ตื้นขึ้น เป็นต้น
เครื่อง Q Switch Ruby Laser
เป็นเลเซอร์ที่สามารถปล่อยพลังสูงในระยะเวลาสั้น จะปล่อยแสงสีแดงออกมาจึงมักเรียกว่า “เลเซอร์ทับทิม” พลังงานที่เกิดขึ้นถูกดูดซึมโดยเมลานิน (Melanin) เม็ดสีของผิวหนังและรอยสักสีดำ น้ำเงิน และสีเขียว เครื่อง Q Switch Ruby Laser ใช้รักษาปานดำ ปานโอตะ กระแดด กระลึก ลบรอยคล้ำบริเวณริมฝีปาก ลบรอยสักทั่วไป และลบรอยสักคิ้ว เป็นต้น
เครื่อง ND-Yag Laser
เป็นเครื่องเลเซอร์ที่ถูกออกแบบมาให้มีการทำงานคล้ายกับ Ruby Laser ปล่อยคลื่นแสงออกได้ 2 ความถี่คลื่นแสง คือ 1064 มิลลิเมตร และ 532 มิลลิเมตร เครื่อง ND-Yag Laser จึงใช้ลบรอยสักทั่วไป ทั้งสีน้ำเงิน สีดำ สีแดง สีเขียว สีเหลือง สีน้ำตาล ลดปัญหาเม็ดสีในผิวหนัง เช่น กระ กระแดด กระลึก ปานดำ และปานโอตะ ได้เช่นเดียวกับ Q Switch Ruby Laser
เครื่อง Vantage Laser
เป็นเลเซอร์ที่ลดรอยย่นบนใบหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด เพียงยิงเลเซอร์ที่ผิวหน้าและคอ ริ้วรอยเหี่ยวย่นจะจางหาย รูขุมขนกระชับ ไม่เจ็บ ไม่มีแผล ไม่มีรอยดำหลังการรักษา สะดวก ปลอดภัยกว่าวิธีอื่นๆ Vantage Laser เป็นเทคโนโลยีที่ทรงประสิทธิภาพ ช่วยในการปรับคืนผิวให้เต่งตึงอย่างเป็นธรรมชาติ โดยช่วยกระตุ้นให้เซลล์ของผิวหนังเกิดการสร้างเสริมใย Collagen ใหม่แทนเซลล์ที่เสื่อมลงตามวัย ทำให้รอยเหี่ยวย่นตึงขึ้น
เครื่อง Aramis Laser
มีลำแสงเลเซอร์ชนิดเออร์เบียมกลาส สามารถผ่านผิวหนังกำพร้าลงไปถึงชั้นผิวแท้ โดยไม่ทำร้ายผิวหนังกำพร้าส่วนบนแต่อย่างใด เป็นเลเซอร์ที่ช่วยกระตุ้นเซลล์ใต้ผิวหนัง ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนเดิมที่ถูกทำลายจากเชื้อโรคสุกใส สิวอักเสบ แผลเป็นต่างๆ หรือคอลลาเจนที่ลดจำนวนลงตามอายุขัย คอลลาเจนใหม่นี้เองที่ทำให้ผิวเนียมกระชับขึ้น และลดริ้วรอยเดิมที่เคยมีอยู่ เช่น ริ้วรอยบนหน้าผาก หางตา, ร่องจมูก และรอยบุ๋มจากแผลเป็นที่เกิดจากสิว โรคสุกใส เป็นต้น
เครื่อง Polans Laser
ประกอบ ด้วยเลเซอร์ Diode ช่วยกับคลื่ยวิทยุ (RF) ช่วยกระตุ้นให้คอลลาเจนที่เสื่อมสภาพมีการสร้างและจัดเรียงตัวใหม่ให้ กระชับมากขึ้น ใช้รักษาริ้วรอยตื้นๆและยกกระชับใบหน้าและลำคอ รวมถึงร่องลึกที่แก้มได้ผลดี นอกจากนี้ยังสามารถช่วยกระชับรูขุมขน รักษารอยหลุมแผลเป็นผิวตื้นๆและลักษณะผิวที่หยาบกร้านได้
เครื่อง V-beam Laser
ช่วยรักษารอยแดงจากสิว เส้นเลือดแดง ปานแดงที่ใบหน้า โดยระหว่างการฉายแสงเลเซอร์จะมีไอเย็นพ่นออกมาทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะในการ รักษา หลังทำการรักษาจะไม่มีแผลใดๆเกิดขึ้น ตำแหน่งรอยโรคจะมีสีเข้มขึ้นเพียงเล็กน้อยแล้วค่อยๆจางลง
เครื่อง Arora Laser
เป็นเครื่องมือที่ประกอบด้วยพลังงานแสงความเข็มสูง (IPL) ร่วมกับคลื่นวิทยุ (RF) ช่วยในการรักษา กระ รอยหมองคล้ำ ทำให้หน้าขาวใส รวมถึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว จึงช่วยทำให้ผิวเรียบเนียน ริ้วรอยลดลง
การรักษาด้วยเลเซอร์
ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป หากคุณรู้ถึงคุณสมบัติ ประเภท และวิธีการรักษาที่ถูกต้องแล้ว ก่อนทำการรักษาด้วยแสงเลเซอร์ทุกครั้ง จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสียก่อน เพื่อเลือกใช้เลเซอร์ให้ถูกประเภทกับโรคที่ต้องการรักษา และเพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

กลับไปหน้าแรก

กำจัดขนถาวร

สามารถกำจัดได้ทั่วร่างกาย แต่ที่นิยมมากที่สุดในผู้หญิงคือ บริเวณรักแร้ รองลงมาคือ หน้าแข้ง ใบหน้า (หนวด เครา จอนผม) บริเวณบิกินี่และเต้านม ในปัจจุบันมีวิธีการกำจัด 2 วิธี ดังนี้
วิธีการกำจัดขนโดยเลเซอร์ CoolGlide Laserมีวิธีการ คือ
- ทายาชาหรือใช้ประคบเย็นก่อนทำเลเซอร์
- ฉายเลเซอร์ในบริเวณที่ต้องการกำจัดขน
- สามารถกลับบ้านได้เลย
- หลังทำอาจเห็นบริเวณที่ฉายเลเซอร์ แดงอยู่ประมาณ 1-3 ชั่วโมง
- ควรกำจัดขนซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการ
วิธีการจี้ด้วยความร้อนแบบคลื่นวิทยุมีวิธีการ คือ
- ทายาชา หรือประคบเย็นก่อนทำการจี้
- ทำการกำจัดขนโดยใช้เข็มเล็กๆ สอดเข้าไปในรูขุมขนจี้ด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อทำลายรากขน
- สามารถกลับบ้านได้เลย
- อาจมีรอยแดงคล้ายจุดยุงกัด แต่จะ ค่อยๆจางไป ภายใน 7-10 วัน
- ระยะเวลาในการทำ ขึ้นอยู่ว่าจะกำจัดขนบริเวณใด
- ควรมารับการกำจัดขนซ้ำอีกภายใน 1-3 เดือน หลังการกำจัดขนครั้งแรก
การเตรียมตัวก่อนการกำจัดขนถาวร
ผู้ที่ต้องการกำจัดขนถาวร ควรหยุดการกำจัดขนด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นวิธี ใดก็ตาม (การโกน การถอน ทาครีม ใช้แว๊กซ์ ฯลฯ) ปล่อยให้ขนขึ้นตาม ธรรมชาติอย่างเต็มที่ระยะหนึ่งหรือนานที่สุด เพราะโดยหลักการของการกำจัดขนถาวรไม่ว่าจะเป็นการจี้หรือเลเซอร์ แพทย์ควรจะเห็นขนอยู่ในราก ก่อนจึงจะทำให้การกำจัดขนเกิดผลสูงสุด
การปฏิบัติตัวหลังการกำจัดขน
- ใช้น้ำแข็งหรือถุงเย็นประคบบ่อยๆ ในวันที่ทำเพื่อลดอาการบวม
- ไม่ควรใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดบริเวณกำจัดขนถาวรอีก
- งดใช้ลูกกลิ้ง เครื่องสำอาง หรือน้ำหอมบริเวณที่กำจัดขนไปประมาณ 1-2 วัน
- การอาบน้ำหรือล้างหน้าสามารถใช้สบู่ได้ตามปกติ งดใช้หินขัดหรือ ฟองน้ำขัดผิว
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด ประมาณ 1 เดือน หรือถ้าจำเป็นต้องโดนแดด ให้ทาครีมกันแดดป้องกันไว้ หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในสระน้ำหรือในทะเล ประมาณ 3 วันประโยชน์หลังการกำจัดขน
- ความสวยงาม สะอาด มั่นใจ
- ตุ่มนูน โดยเฉพาะบริเวณใต้รักแร้จะค่อยๆยุบและจางลง เนื่องจากไม่ได้รับการกระตุ้นต่อมบริเวณนั้น (จากการถอนอีก) ทั้งนี้ขึ้นกับ ขนาด และเวลา ว่าเป็นมานานเท่าใดแล้ว
- กลิ่น ใต้รักแร้ลดลงและความคล้ำจะค่อยๆจางหายไป เนื่องจากความจำเป็นในการใช้ลูกกลิ้งลดลง ไม่ต้องนั่งเสียเวลากำจัดขนด้วยวิธีชั่วคราวต่างๆ สำหรับผู้ที่รักสวยรักงาม การกำจัดขน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้ ได้มาซึ่งความสวยงามเกลี้ยงเกลาของผิวพรรณ ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคุณได้

กลับไปหน้าแรก

การบริการ
มาตรฐาน ISO 9001 14001 และ JCI

โรงพยาบาลยันฮี เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปีพ.ศ.2527 ในนามของ"ยันฮีโพลีคลีนิค" ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี

ได้พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการรักษาและปริมาณผู้ป่วยที่มารับบริการ และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
ทีมงานบริหารและคณะกรรมการบริษัทจึงได้ขยายยันฮีโพลีคลินิค เป็นโรงพยาบาลยันฮี

โรงพยาบาลยันฮี เป็นอาคารทันสมัยสูง 10 ชั้นบนเนื้อที่ 5 ไร่เศษ สามารถรองรับผู้ป่วยในได้ถึง 400 เตียงและรองรับผู้ป่วยนอก ได้ถึงวันละ 2,000 คน โดยเปิดให้บริการรักษาด้านความสวยงามและโรคทั่วไปครบทุกสาขา

โรงพยาบาลยันฮี มีความพร้อมทั้งด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครันทันสมัย เปิดให้บริการตรวจรักษาตลอด 24 ชั่วโมงโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ทำงานประจำโรงพยาบาลยันฮีกว่า 130 ท่าน แพทย์นอกเวลากว่า 125 ท่าน ทีมพยาบาลและบุคลากรอีกกว่า 1,500 ท่าน ที่พร้อมดูแลท่านอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นประดุจดังญาติมิตร

การขอส่วนลดพิเศษ

"ปิ่น" เป็น Sale ภายนอกของรพ.ยันฮีค่ะ ทำหน้าที่แนะนำลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี โดยปิ่นจะออกหาลูกค้าจากข้างนอก รพ.และแนะนำให้เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากปิ่นจะออกหาลูกค้าจากภายนอกดังกล่าวไปข้างต้น ซึ่งปิ่นจะค่อนข้างหาลูกค้าได้ลำบากกว่า Sale ภายในที่คอยรับลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาใน รพ.ยันฮี

ฉะนั้นทาง รพ.ยันฮี จึงให้สิทธิ Sale ภายนอกอย่างปิ่นให้สามารถทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นได้ ไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการที่ศูนย์บริการใดก็ตามใน รพ.ยันฮี ปิ่นก็ทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ใหุ้ได้ทั้งหมด ซึ่ง Sale ภายนอกอย่างปิ่นจะเป็นเพียงแผนกเดียวที่สามารถทำเรื่องลดให้ลูกค้าได้ เพราะหาลูกค้าได้ยากน่ะค่ะ ซึ่งถ้าลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาในรพ.โดยไม่ได้ติดต่อผ่านปิ่นก็จะไม่ได้ส่วนลดใด ๆเลยค่ะ

ทั้งนี้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นนั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมเลยทั้งสิ้นค่ะ แถมปิ่นยังทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ได้ทุกศูนย์บริการใน รพ.ยันฮี อีกด้วย
เพียงแค่แจ้งชื่อ-นามสกุลของท่านเพื่อที่จะแจ้งทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ในวันที่ท่านเข้ามาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี โดยแจ้งก่อนวันที่ท่านจะเข้ามารพ.อย่างน้อย 1 วัีนเท่านั้นเองค่ะ

แล้วปิ่นก็จะจัดการจองคิวนัดคุณหมอให้โดยลูกค้าสามารถระบุได้เลยค่ะว่าจะพบคุณหมออะไร แต่ถ้าลูกค้าไม่ทราบ ปิ่นก็จะแนะนำแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านที่ลูกค้าต้องการรักษาให้ค่ะ และวันที่ท่านเข้ามาที่ รพ. ปิ่นก็จะมาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่านด้วยค่ะ และลูกค้าก็ไม่ต้องกังวลนะคะว่าพอได้รับส่วนลดแล้ว จะได้วัสดุหรือบริการที่แตกต่างจากคนที่จ่ายเต็ม เพราะทุกอย่างจะเท่าเทียมกับลูกค้าที่จ่ายเต็มๆเลยค่ะ เพียงแต่ลูกค้าจะได้สิทธิพิเศษในเรื่องของส่วนลดที่ได้จากปิ่นเท่านั้นเอง และลูกค้าก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลยค่ะ

ขอย้ำนะคะว่า"ลูกค้าที่ปิ่นทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลย แถมยังได้ส่วนลดอีกต่างหาก ซึ่งเวลาชำระเงินที่แคชเชียร์ของ รพ.ลูกค้าก็จะจ่ายค่าใช้จ่ายในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นค่ะ"