การบริการ
- ขูดหินปูน
- รักษาฟัน ด่างขาว
- ทำเขี้ยว
- ปิดช่องฟันห่าง
- เคลือบฟันมุก
- รักษารากฟัน
- ฟอกสีฟันให้ขาว
- ฟอกสีฟันให้ขาว
- จัดฟัน
- ใส่ฟันชนิดรากฟันเทียม
- สายตาสั้น ยาว เอียง
- สายตาสั้น ยาว เอียง
- รักษาสายตายาวด้วย CK
ประเภทบริการ
ทั้งปาก
-
-
-
Composit
กรามใหญ่
ทั้งปาก
ด้วย Laser
แบบติดแน่นด้านนอกแบบโลหะ
-
ด้วยเลเซอร์รุ่น 4th
ด้วยเลเซอร์รุ่น 4th
-
ค่าใช้จ่าย
ราคา 600-800 บาท
ราคา 800 บาท/ซี่
ราคา 2,500 บาท/ซี่
ราคา 3,000 บาท/ช่อง
ราคา 2,500 บาท/ซี่
ราคา 6,000 บาท
ราคา 5,500 บาท
ราคา 9,800 บาท
ราคา 42,000 บาท
ราคา 55,000-75,000 บาท
ราคา 25,000 บาท/1 ข้าง
ราคา 38,000 บาท/2 ข้าง
ราคา 30,000 บาท/ข้าง
ศูนย์ทันตกรรม และ จักษุ-เลสิค-CK
SEP 08 2010
รับส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์การรักษา โดยที่ท่านสามารถระบุแพทย์ได้หรือกรณีไม่ทราบเราสามารถแนะนำแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้ท่านได้ เช่น
นพ.ธวัชชัย บุญพัฒนพงษ์,นพ.ปราโมทย์ มนูรังสี,นพ.วิเชียร ว่องวงศ์ศรี,นพ.วิทวัส อังคทะวานิช,
นพ.วิรัตน์ โอสถาเลิศ,นพ.สมบูรณ์ ธรรมรังรอง,นพ.สานิจ พงคพนาไกร,
นพ.สุกิจ วรธำรง,นพ.สุทัศน์ คุณวโรตม์,นพ.สมศักดิ์ ชุลีวัฒนะพงศ์,นพ.ไกรฤทธิ์ ติยะกุล,
นพ.กิตติชัย สิปิยารักษ์,นพ.พิชญ์ ไพบูลย์เกษมสุทธิ,นพ.กรีชาติ พรสินศิริรักษ์ เป็นต้น
โดยท่านจะได้รับความสะดวกในการจองคิวนัดแพทย์ล่วงหน้าและในวันที่ท่านมาโรงพยาบาลจะมีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่าน
โดยที่ท่านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น นอกจากนี้เรายังมอบบัตรส่วนลดพิเศษสูงสุดทุกศูนย์บริการภายในของรพ.ยันฮี เพื่อใช้ยื่นลดเปอร์เซ็นต์กับแคชเชียร์ของรพ.ยันฮี อีกด้วย
หากมีคำถามหรือมีข้อสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรม เช่น ค่าใช้จ่าย เลือกหรือปรึกษาคุณหมอท่านใด การเตรียมตัวก่อน-หลังผ่าตัด
อย่างไรบ้าง การแก้ไขในส่วนของที่ทำมาแล้วหรือทำมาจากที่อื่น เป็นต้น
สามารถสอบถามได้จากที่นี่เลยค่ะ สอบถาม-พูดคุยเรื่องศัลยกรรม
การบริการ
มาตรฐาน ISO 9001 14001 และ JCI
โรงพยาบาลยันฮี เป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่แห่งหนึ่งของเมืองไทย
เริ่มเปิดให้บริการเมื่อปีพ.ศ.2527 ในนามของ"ยันฮีโพลีคลีนิค"
ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี
ได้พัฒนาเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งด้านการรักษาและปริมาณผู้ป่วยที่มารับบริการ
และเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้มารับบริการที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
ทีมงานบริหารและคณะกรรมการบริษัทจึงได้ขยายยันฮีโพลีคลินิค
เป็นโรงพยาบาลยันฮี
โรงพยาบาลยันฮี เป็นอาคารทันสมัยสูง 10 ชั้นบนเนื้อที่ 5 ไร่เศษ
สามารถรองรับผู้ป่วยในได้ถึง 400 เตียงและรองรับผู้ป่วยนอก
ได้ถึงวันละ 2,000 คน
โดยเปิดให้บริการรักษาด้านความสวยงามและโรคทั่วไปครบทุกสาขา
โรงพยาบาลยันฮี มีความพร้อมทั้งด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ครบครันทันสมัย
เปิดให้บริการตรวจรักษาตลอด 24 ชั่วโมงโดยคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ที่ทำงานประจำโรงพยาบาลยันฮีกว่า 130 ท่าน
แพทย์นอกเวลากว่า 125 ท่าน ทีมพยาบาลและบุคลากรอีกกว่า 1,500 ท่าน
ที่พร้อมดูแลท่านอย่างใกล้ชิดและอบอุ่นประดุจดังญาติมิตร
การขอส่วนลดพิเศษ
"ปิ่น" เป็น Sale ภายนอกของรพ.ยันฮีค่ะ ทำหน้าที่แนะนำลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี โดยปิ่นจะออกหาลูกค้าจากข้างนอก รพ.และแนะนำให้เข้ามาใช้บริการ เนื่องจากปิ่นจะออกหาลูกค้าจากภายนอกดังกล่าวไปข้างต้น
ซึ่งปิ่นจะค่อนข้างหาลูกค้าได้ลำบากกว่า Sale ภายในที่คอยรับลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาใน รพ.ยันฮี
ฉะนั้นทาง รพ.ยันฮี จึงให้สิทธิ Sale ภายนอกอย่างปิ่นให้สามารถทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นได้
ไม่ว่าลูกค้าจะใช้บริการที่ศูนย์บริการใดก็ตามใน รพ.ยันฮี ปิ่นก็ทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ใหุ้ได้ทั้งหมด
ซึ่ง Sale ภายนอกอย่างปิ่นจะเป็นเพียงแผนกเดียวที่สามารถทำเรื่องลดให้ลูกค้าได้ เพราะหาลูกค้าได้ยากน่ะค่ะ ซึ่งถ้าลูกค้าที่ Walk-in เข้ามาในรพ.โดยไม่ได้ติดต่อผ่านปิ่นก็จะไม่ได้ส่วนลดใด ๆเลยค่ะ
ทั้งนี้ลูกค้าที่ติดต่อผ่านปิ่นนั้นจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมเลยทั้งสิ้นค่ะ
แถมปิ่นยังทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ได้ทุกศูนย์บริการใน รพ.ยันฮี อีกด้วย
เพียงแค่แจ้งชื่อ-นามสกุลของท่านเพื่อที่จะแจ้งทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ในวันที่ท่านเข้ามาใช้บริการที่ รพ.ยันฮี
โดยแจ้งก่อนวันที่ท่านจะเข้ามารพ.อย่างน้อย 1 วัีนเท่านั้นเองค่ะ
แล้วปิ่นก็จะจัดการจองคิวนัดคุณหมอให้โดยลูกค้าสามารถระบุได้เลยค่ะว่าจะพบคุณหมออะไร แต่ถ้าลูกค้าไม่ทราบ ปิ่นก็จะแนะนำแพทย์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านที่ลูกค้าต้องการรักษาให้ค่ะ และวันที่ท่านเข้ามาที่ รพ.
ปิ่นก็จะมาต้อนรับอำนวยความสะดวกให้ท่านด้วยค่ะ และลูกค้าก็ไม่ต้องกังวลนะคะว่าพอได้รับส่วนลดแล้ว
จะได้วัสดุหรือบริการที่แตกต่างจากคนที่จ่ายเต็ม
เพราะทุกอย่างจะเท่าเทียมกับลูกค้าที่จ่ายเต็มๆเลยค่ะ เพียงแต่ลูกค้าจะได้สิทธิพิเศษในเรื่องของส่วนลดที่ได้จากปิ่นเท่านั้นเอง และลูกค้าก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลยค่ะ
ขอย้ำนะคะว่า"ลูกค้าที่ปิ่นทำเรื่องลดเปอร์เซนต์ให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติมทั้งสิ้นเลย แถมยังได้ส่วนลดอีกต่างหาก
ซึ่งเวลาชำระเงินที่แคชเชียร์ของ รพ.ลูกค้าก็จะจ่ายค่าใช้จ่ายในราคาที่ถูกกว่าคนอื่นค่ะ"
การจัดฟัน
การจัดฟัน เพื่อฟันที่เรียงเป็นระเบียบ
ฟันมิใช่เพียงแค่ทำหน้าที่บดเคี้ยวอาหารหรือช่วยในการออกเสียงพูดให้ชัดเท่านั้น ฟันยังช่วยรักษาโครงสร้างของใบหน้าให้ดูดีน่ามองอีกด้วย ผู้ที่มีฟันเรียงเป็นระเบียบ การสบฟันดีจะช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพและสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น แต่ก็ใช่ว่าจะโชคดีมีฟันที่เรียงเป็นระเบียบสวยงามไปเสียทุกคน บางคนอาจมีความผิดปกติ เช่น ฟันยื่น ฟันซ้อน หรือฟันเก ฟันห่าง รวมทั้งการสบฟันที่ยื่นผิดปกติ ความผิดปกติเหล่านี้อาจสร้างปมด้อยและทำให้เกิดปัญหาหลายๆอย่างตามมา เช่น
- เสียบุคลิกภาพ
- ขาดความมั่นใจในตนเอง
- เป็นอุปสรรคในการบดเคี้ยวอาหาร
- มีโครงสร้างใบหน้าที่ผิดปกติ
- ฟันที่ยื่นออกมา มักจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
- ทำความสะอาดได้ไม่ทั่วถึง ทำให้ฟันผุและเกิดโรคเหงือกได้
ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวสามารถปรึกษาทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันเพื่อทำการแก้ไขให้ดีขึ้น โดยการจัดฟันซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบคือ
- จัดฟันแบบถอดได้ ซึ่งมี 2 แบบคือ
- - แบบพลาสติก(ลวดเส้นเดียว)และแบบใส
- - แบบ Invisalign
- จัดฟันแบบติดแน่น ซึ่งแบ่งออกเป็น
- - แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือ ทางด้านหน้าของฟัน ด้วยเครื่องมือ ที่เป็นโลหะ
- - แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือทางด้านหน้าของฟันด้วยเครื่องมือที่เป็นเซรามิคหรือพลาสติกสีเหมือนฟัน
- - แบบติดแน่น โดยติดเครื่องมือที่เป็นโลหะทางด้านในของฟัน ซึ่งมองไม่เห็นจากด้านหน้าทำให้คนอื่นไม่ทราบว่าคุณจัดฟัน
- แบบ Damon
- - แบบ Damon MX เป็นโลหะ
- - แบบ Damon 3 เป็นกึ่งโลหะกึ่งใส
กลับไปหน้าแรก
ฟอกสีฟัน
ฟอกสีฟัน เพื่อรอยยิ้มที่ใหม่สดใส
รอยยิ้มที่สดใสย่อมเป็นเสน่ห์ที่ต้องตาผู้พบเห็น แล้วจะดีแค่ไหนหากคุณมีรอยยิ้มที่สดใส ฟันขาวสะอาดสะดุดตา แต่หากคุณมีปัญหาฟันสีดำคล้ำจากสาเหตุต่างๆ เช่น คราบอาหาร บุหรี่ ชา กาแฟ การใช้ยาปฏิชีวนะ ฯลฯ อาจทำให้คุณเกิดความไม่มั่นใจที่จะเปิดเผยรอยยิ้ม
การฟอกสีฟันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาของคุณได้ การฟอกสีฟันจะช่วยเปลี่ยนสีฟันให้ขาวสดใสสวยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยเสริมบุคลิกภาพและสร้างความมั่นใจในรอยยิ้มของคุณ
ฟอกสีฟันทำอย่างไร
ในการฟอกสีฟัน จะใช้สารฟอกสีฟันคือ Hydrogen Peroxide หรือ Carbamide Peroxide ทำปฏิกิริยากับสารที่มีภายในฟันทำให้มีสีอ่อนลง
วิธีการฟอกสีฟันมี 2 วิธี คือ
- การฟอกสีฟันในคลินิก โดยทันตแพทย์
วิธีนี้จะใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นสูง ร่วมกับการกระตุ้นด้วยแสงหรือ Laser เร่งปฏิกิริยาในการฟอกสีฟันให้ผลรวดเร็วภายใน 30-45 นาที
- การฟอกสีฟันแบบทำด้วยตนเองที่บ้าน
วิธีนี้จะใช้สารฟอกสีฟันที่มีความเข้มข้นต่ำร่วมกับถาดเฉพาะบุคคล(Tray) ภายใต้การควบคุมของทันตแพทย์ใช้ระยะเวลาอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์
การฟอกสีฟันด้วย Laser
เป็นวิทยาการใหม่ในการฟอกสีฟันโดยใช้แสง Laser กระตุ้นสารฟอกสีฟันให้ทำงานได้ดีขึ้น เป็นการใช้ลักษณะเฉพาะของ Laser ที่เป็นสีเดียวและใช้ความถี่ของคลื่นร่วมกับความเข้มของแสงในการทำปฏิกิริยากับสารฟอกสีฟัน สามารถกระตุ้นปฏิกิริยาได้เร็วกว่าวิธีอื่นๆ เป็นทางเลือกใหม่ในการฟอกสีฟันที่ปลอดภัย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ช่วยลดระยะเวลาในการฟอกสีฟัน
ต้องการฟอกสีฟัน ทำอย่างไร
ท่านควรจะมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยสาเหตุของสีฟัน เพื่อวางแผนการรักษา การฟอกสีฟันจะได้ผลในกรณีที่เป็นฟันธรรมชาติ ไม่มีผลต่อวัสดุอุดฟัน ครอบฟันหรือฟันปลอม ทันตแพทย์จะตรวจสุขภาพฟัน ขูดหินปูน ในกรณีที่ฟันผุจะต้องทำการอุดฟันก่อน จากนั้นจึงทำการฟอกสีฟันต่อไป
การปฏิบัติตนหลังฟอกสีฟัน
ท่านควรดูแลรักษาสุขภาพฟัน โดยแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ใช้ไหมขัดฟัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรืออาหารที่มีสี เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลม งดการสูบบุหรี่ งดอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดใน 2 สัปดาห์ และควรกลับมารับการตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน
กลับไปหน้าแรก
เลสิก (Lasik)
สำหรับคุณที่มีสายตาผิดปกติ ต้องสวมแว่นหรือคอนแทคเลนส์จึงจะมองเห็นได้ชัดเจน คงมีบางครั้งที่จินตนาการถึงวันที่ตื่นเช้ามาแล้ว สามารถมองเห็นนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังได้ทันที โดยไม่ต้องคว้าแว่นมาสวมหรือจินตนาการว่าสามารถว่ายน้ำ หรือดำน้ำโดยที่มองเห็นสิ่งรอบตัวได้ชัดเจนเป็นธรรมชาติ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางจักษุวิทยา ในปัจจุบันทางออกใหม่ๆ และดีกว่าย่อมเกิดขึ้นเสมอ เช่น การทำ LASIK ที่กำลังนิยมกันในปัจจุบัน
เลสิค คืออะไร
LASIK ย่อมาจาก Laser in Situ Keratomileusis เป็นชื่อของการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ผิดปกติวิธีหนึ่ง ทำโดยการเปิดกระจกตา (Cornea)ด้านผิวบนออก แล้วใช้ลำแสงเลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาในชั้นลึกลงไป ตามที่จักษุแพทย์คำนวณไว้แล้ว จากนั้นปิดแผ่นกระจกตาที่เปิดไว้กลับลงดังเดิม เพื่อให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเหมือนเวลาที่สวมแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อยู่
เลสิค คือวิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ผิดปกติทั้งสายตาสั้น(Myopia) สายตายาว(Hyperopia) และสายตาเอียง(Astigmatism) ที่อาศัยเครื่องมือสำหรับแยกชั้นกระจกตา(Cornea)ซึ่งเรียกว่า Microkeratome ที่มีความประณีต แม่นยำ ทำการแยกชั้นกระจกตาด้านผิวบนออก ให้มีความหนาราว 1/3 ของความหนากระจกตาทั้งหมด หรือประมาณ 1.6 มิลลิเมตร ซึ่งกระจกตาส่วนที่เปิดขึ้นนี้จะมีขั้วติดอยู่คล้ายบานพับที่ด้านหนึ่ง แล้วจักษุแพทย์จะใช้ Excimer laser ปรับเปลี่ยนความโค้งกระจกตาที่เนื้อเยื่อกระจกตาส่วนลึกลงไป ในปริมาณที่สัมพันธ์กับขนาดของสายตาผิดปกติที่ต้องการแก้ไขตามที่ได้คำนวณไว้ในภาวะสายตาสั้น เลเซอร์จะปรับลดความโค้งของกระจกตาส่วนกลางลง ส่วนในกรณีสายตายาว(Hyperopia) จะใช้เลเซอร์ปรับเพิ่มความโค้งของกระจกตาส่วนกลาง และในกรณีสายตาเอียงจะใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาให้สม่ำเสมอ เมื่อปรับเปลี่ยนความโค้งโดยเลเซอร์เป็นที่เรียบร้อย จักษุแพทย์จะปิดกระจกตา ที่เปิดไว้ลงในตำแหน่งเดิม โดยไม่จำเป็นต้องเย็บแผล เนื่องจากเนื้อเยื่อกระจกตาส่วนบนจะยึดติดและสมานตัวกับกระจกตาส่วนลึกลงไปได้เองตามธรรมชาติ ทำให้กระจกตามีความโค้งใหม่ช่วยเพิ่มการหักเหแสงให้พอเหมาะกับความยาวของลูกตา แสงที่ตกบนจอประสาทตาจึงโฟกัสพอดีได้ภาพที่ชัดเจน
การเตรียมตัว เพื่อมาตรวจเลสิค
- ถ้าใส่ Soft Contact Lens ควรถอดออกอย่างน้อย 3 วัน
- ถ้าใส่ Hard Contact Lens ควรถอดออกอย่างน้อย 1 สัปดาห์
- การตรวจทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มีการขยายม่านตาเพื่อตรวจจอประสาท ไม่ควรขับรถเองเนื่องจากตาจะมัวหลังการตรวจนาน 4-6 ชั่วโมง
ข้อควรปฏิบัติก่อนการยิงเลสิค
- โทรแจ้งล่วงหน้า ถ้าไม่สามารถมาตามวัน และเวลานัดได้
- อาบน้ำชำระร่างกาย สระผมให้สะอาดก่อนมาโรงพยาบาล ไม่ต้องแต่งหน้าและไม่ใช้เครื่องหอม
- ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนผ่าตัด ชนิดนิ่มอย่างน้อย 3 วัน ชนิดแข็งอย่างน้อย 7 วัน
- สวมเสื้อผ้าที่ถอดง่าย เสื้อที่เหมาะสม ควรจะเป็นเสื้อผ่าหน้าตลอด
- ทานอาหารแต่พออิ่ม หลังจากนั้น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำหรือรับประทานของว่างเบาๆ
- นำญาติที่ต้องดูแลผู้ป่วยมาด้วย 1 ท่าน
- ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น ตาบวมแดง มีขี้ตา เป็นหวัด ไอ จาม มีไข้สูง โปรดแจ้งให้ทราบ
การเตรียมตัวก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ล้างหน้าให้สะอาด เปลี่ยนเครื่องแต่งกายและรองเท้าแตะก่อนเข้าห้องผ่าตัด
- ระหว่างรอการผ่าตัด เจ้าหน้าที่จะหยอดยาชาและยาแก้อักเสบให้ก่อนประมาณ 20 นาที หากมีประวัติแพ้ยาใด ๆ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ
- รับประทานยาแก้ปวด และยาคลายกังวลก่อนการผ่าตัด
ขั้นตอนการทำเลสิค
- แพทย์จะให้คนไข้นอนบนเตียงสำหรับทำเลสิค วางศรีษะให้ตรงตำแหน่ง
- แพทย์จะจัดตำแหน่งศรีษะและใบหน้าของคนไข้ให้เหมาะสมกับระยะห่างของเครื่องเลเซอร์ ควรนอนนิ่งและผ่อนคลายขณะผ่าตัด
- เมื่อเริ่มผ่าตัด แพทย์จะใช้เครื่องมือช่วยเปิดเปลือกตาให้กว้างขึ้น คนไข้ไม่ควรบีบตาต้าน เพราะจะรู้สึกเจ็บเปลือกตา
- ระหว่างการผ่าตัด คนไข้จะมองเห็นเครื่องมือ และรู้สึกเล็กน้อย เมื่อเครื่องมือสัมผัสลงบนตา
- แพทย์จะใช้เครื่องมือแยกชั้นกระจกตา คนไข้จะรู้สึกแน่นๆตา และภาพจะมืดไปประมาณ 1 นาที
- หลังจากแยกชั้นกระจกตาแล้ว แพทย์จะเปิดฝากระจกตาเพื่อยิงเลเซอร์ ภาพจะเบลอลงเล็กน้อย แพทย์จะแนะนำให้คนไข้จ้องตำแหน่งหลอดไฟสีเขียวกระพริบ และมองนิ่งไว้ตลอดการยิงเลเซอร์
- ขณะยิงเลเซอร์ คนไข้อาจได้ยินเสียงดังของเลเซอร์ และได้กลิ่นของ Gas เลเซอร์เล็กน้อย ภาพจะพร่ามัวลงเรื่อย ๆ ให้คนไข้มองนิ่งที่ไฟสีเขียวตลอดการยิงเลเซอร์เพื่อความแม่นยำของการรักษา
หลังเสร็จการทำเลสิค
- แพทย์จะทดสอบผลการรักษาในระยะแรก คนไข้จะรู้สึกเหมือนเครื่องมือกดที่ตาเบา ๆ
- แพทย์จะตรวจสอบแผลของคนไข้ ที่หน้ากล้องตรวจตาอีกครั้งก่อนเช็ดหน้าและปิดฝาครอบตาให้คนไข้
- วันแรกหลังผ่าตัด คนไข้อาจรู้สึกระคายเคืองเหมือนมีเม็ดกรวด-ทรายอยู่ในตา ให้คนไข้กระพริบตาเบา ๆ แต่อย่าบีบตาแรง และรับประทานยาแก้ปวดได้ครั้งละ 2 เม็ดทุก 6 ชั่วโมง
- หากมีน้ำตาไหล ให้เช็ดด้านนอกที่ครอบตา ไม่ควรเปิดฝาครอบตาเองอย่างเด็ดขาดในวันแรก
- มาตรวจตามนัดในวันรุ่งขึ้นเพื่อวัดสายตา และดูสภาพแผลหลังผ่าตัด
- สัปดาห์แรก คนไข้อาจมีความรู้สึกระคายเคืองตา ตาแดงเล็กน้อย หรือแสงจ้ากว่าปกติ หรือบางกรณีอาจเห็นภาพยังไม่คมชัด ซึ่งอาการดังกล่าวถือว่าปกติ เนื่องจากแผลยังไม่หายสนิท
การดูแลทำความสะอาดดวงตาหลังทำเลสิค
- สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด คนไข้ไม่ควรขยี้ตาแรง เนื่องจากแผลยังไม่ติดแน่นเท่าที่ควร
- ใช้สำลีสะอาดทำความสะอาดตาโดยชุบน้ำเกลือสำหรับเช็ดตาตอนเช้า-เย็น อาจใช้สำลีพันปลายไม้สะอาดเช็ดขี้ตาที่ติดอยู่บริเวณขนตาได้
- ควรปิดที่ครอบตาก่อนนอนทุกคืนเป็นเวลา 7 คืนหลังผ่าตัด เพื่อป้องกันการขยี้ตาในขณะที่นอนหลับ
- ควรหยอดยาแก้อักเสบ และน้ำตาเทียมตามเวลาที่กำหนด
- ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละอองหรือควันบุหรี่ และควรระวังไม่ให้ฝุ่นละออง ควันบุหรี่และน้ำเข้าตาประมาณ 7 วัน หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรใส่แว่นตากันแดดในสัปดาห์แรก
- หลังจากทำ LASIK 2 วัน คนไข้สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ ควรยกเว้นการใช้สายตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆในระยะ 24 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าในการขับรถ อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระคายเคืองตามากขึ้น
- คนไข้ควรระวังอย่าออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง อย่ายกของหนัก ระวังไม่ให้เหงื่อเข้าตา ในสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อทางศีรษะ งดใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา งดแต่งหน้าและระวังไม่ให้น้ำเข้าตา
- สามารถทำความสะอาดที่ครอบตาได้โดยการฟอกสบู่และเช็ดด้วยแอลกอฮอล์ และผึ่งให้แห้งก่อนใช้งาน
คำแนะนำหลังการทำเลสิค
- อาการเจ็บและเคืองตา หลังการผ่าตัด 60-90 นาที ท่านอาจมีความรู้สึกไม่สบายตาคล้ายมีทรายหรือก้อนกรวดอยู่ในตาอาจมีน้ำตาไหลจำนวนมาก ให้รับประทานยาแก้ปวดได้ทุก 4-6 ชั่วโมง และนอนหลับพักผ่อนอย่างน้อย 6 ชั่วโมง เพื่อลดอาการระคายเคือง
- จะปิดฝาที่ครอบตาให้เพื่อป้องกันการขยี้ตา ห้ามแกะฝาครอบตาจนกระทั่งในวันรุ่งขึ้นจึงจะมาเปิดฝาครอบตาที่ศูนย์ LASIK
- คนไข้บางรายที่ผมยาว เส้นผมอาจไปสัมผัสดวงตาควรหาที่คาดผมหรือกิ๊บติดผมไว้
ข้อควรปฏิบัติหลังการทำเลสิค
- งดใช้สายตาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆในระยะ 24 ชั่วโมงแรก ไม่ว่าในการขับรถ อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์หรือคอมพิวเตอร์ เพราะจะทำให้ระคายเคืองตามากขึ้น
- ควรปิดที่ครอบตาก่อนนอนทุกคืนเป็นเวลา 7 คืน เพื่อป้องกันการขยี้ตาในขณะที่นอนหลับ
- ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีฝุ่นละอองหรือควันบุหรี่ และควรระวังไม่ให้ฝุ่นละออง ควันบุหรี่และน้ำเข้าตาประมาณ 7 วัน
- หลังจากทำ LASIK 2 วัน ท่านสามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ แต่ระวังอย่าออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรง อย่ายกของหนัก ระวังไม่ให้เหงื่อเข้าตา ในสัปดาห์แรกควรหลีกเลี่ยงการสวมเสื้อทางศีรษะ งดใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา งดแต่งหน้าและระวังไม่ให้น้ำเข้าตา
- งดว่ายน้ำเป็นเวลา 1 เดือน
- ควรสวมแว่นกันแดดทุกครั้งที่ออกแดดอย่างน้อย 1 เดือน เพื่อป้องกันฝุ่นละอองและช่วยให้สบายตา
หมายเหตุ
- ค่าใช้จ่ายก่อนทำเลสิคที่เกิดขึ้น ไม่รวมอยู่ในค่ารักษาเหมาจ่าย
- ราคานี้ได้รวมถึงการเดิมเลเซอร์(ENHANCE)แล้ว
กลับไปหน้าแรก
รักษาสายตายาว (CK)
มองไม่ชัดอ่านหนังสือไม่ได้ เพราะสายตายาว รักษาได้ด้วยเทคโนโลยีใหม่ CK(Conductive Keratoplasty) โดยใช้กระแสคลื่นวิทยุเปลี่ยนความโค้งของกระจกตา เป็นการรักษาที่ไม่เจ็บปวด ใช้เวลาเพียง 3 นาที ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องใช้แสงเลเซอร์
- สะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาในการรักษาเพียง 3 นาที
- ไม่ต้องผ่าตัดกระจกตา หรือใช้แสงเลเซอร์
- ไม่ต้องฉีดยา หรือรับประทานยา
- ไม่ต้องใส่แว่นอ่านหนังสือ
- สามารถทำงานได้ในวันรุ่งขึ้น
เทคโนโลยีคลื่นวิทยุ - CK ทางเลือกใหม่รักษาสายตายาว
ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายที่เราควรดูแลเอาใจใส่ ให้ดวงตาปลอดภัยอยู่เสมอ แต่ก็มักพบปัญหาสายตา เช่น "สายตาสั้น - สายตายาว" สำหรับบางคนอาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าได้รับการแก้ไขก็สามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น
ทางเลือกของผู้ประสบปัญหา"สายตายาว"เวลามองไกลชัด แต่พอมองใกล้แทบไม่เห็นอะไรเลย ร.พ.ยันฮี ได้นำเทคโนโลยีด้านการรักษาสายตายาวด้วยคลื่นวิทยุหรือ CK เพื่อให้คุณกลับมามีสายตาอย่างปกติไม่ต้องใส่แว่นตาอีกต่อไป
คำแนะนำสำหรับผู้สนใจทำ "CK"
- ควรมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
- สายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5D) มาประมาณ
- สายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5D) มาประมาณ 1 ปี
- ควรมีอายุ 40 ปีขึ้นไป
- สายตาคงที่หรือเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 50 (0.5D) มาประมาณ 1 ปี
- สายตายาวไม่เกิน 225 เอียงไม่เกิน 75
- ไม่มีโรคตาซับซ้อน โรคเบาหวาน โรคไขข้ออักเสบเรื้อรังและ โรคภูมิแพ้ SLE
- ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์
- ไม่อยู่ระหว่างการใช้ยา STEROID, ยาแก้มะเร็ง และ ฮอร์โมนบางชนิด
- ไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง
- ไม่อยู่ในระหว่างการใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ
- ไม่มีประวัติการสมานแผลมากกว่าปกติ เช่น เคยมีคีลอยด์
การเตรียมตัวก่อนทำ CK
- ควรตรวจสายตาอย่างละเอียด เพื่อจักษุแพทย์จะได้ตรวจดูความหนา ความโค้งของกระจกตาอย่างละเอียด
- ก่อนทำการรักษาควรงดใช้คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft lens) อย่างน้อย 7 วัน ติดต่อกันก่อนรักษา
- คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง(Hard Lens) อย่างน้อย 3 สัปดาห์
- งดใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา เช่น มาสคาร่า อายไลน์เนอร์ รวมถึงเครื่องสำอางบนใบหน้าทุกชนิดในวันที่แพทย์นัดรักษา
- งดฉีดน้ำหอมทุกชนิด รวมถึงสเปรย์ในวันนัด - ไม่ควรใส่เสื้อสวมหัว โดยเฉพาะเสื้อคอกลมเพราะอาจจะไปครูดตาหลังการรักษา ควรสวมเสื้อผ้าหลวมที่นอนสบายๆ
- ควรทำความเข้าใจถึงการใช้ยา และการปฏิบัติตัวหลังรักษาอย่างละเอียด
- ควรมีญาติหรือเพื่อนพากลับบ้านหลังการรักษา
- รับประทานอาหารได้ตามปกติ
จุดเด่นของ CK
- มองเห็นใกล้ชัดเจนในเวลาที่รวดเร็ว
- เป็นการรักษาสายตาที่ไม่ใช้เลเซอร์ และมีดผ่าตัด
- ไม่ต้องฉีดยาชา และไม่มีการเย็บแผล
- สามารถใช้ร่วมกับการรักษาสายตาอื่นได้ เพื่อให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
ขั้นตอนการรักษา
Near Vision CK เป็นการรักษาสายตาที่สะดวก รวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 3 นาทีเท่านั้น โดยมีขั้นตอนการรักษาดังนี้
- แพทย์จะหยอดยาชา และใส่เครื่องมือช่วยเปิดตา เพื่อป้องกันการกะพริบตา
- แพทย์ จะทำเครื่องหมายไว้ในตำแหน่งที่ต้องการส่งผ่านคลื่นวิทยุไปบนกระจกตา ในลักษณะเป็นวงกลมรอบๆกระจกตาดำ เครื่องหมายที่ทำไว้นั้นจะมีประมาณ 8-32 จุด ขึ้นอยู่กับระดับความผิดปกติของสายตา
- แพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า"Probe" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายด้ามปากกา และมีปลายขนาดเล็กเท่าเส้นผม ส่งผ่านคลื่นวิทยุไปบนตำแหน่งที่ทำเครื่องหมายเอาไว้ คลื่นวิทยุนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนที่เนื้อเยื่อกระจกตา
- ผลจากการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนจะคล้ายๆกับการนำสายยางหรือเข็มขัดมารัดรอบๆกระจกตา ทำให้กระจกตามีความโค้งนูนมากขึ้น
การดูแลตัวเองหลังการรักษา
- การปฏิบัติตัวหลังการรักษาในวันแรกผู้เข้ารับการรักษาสามารถกลับไปทำงาน หรือทำกิจกรรมต่างๆได้ตามปกติในวันรุ่งขึ้น
- สำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับการใช้สายตามากๆ เช่น ทันตแพทย์ ศัลยแพทย์ หรืองานที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ อาจจะต้องได้รับการพักผ่อนมากกว่า 1 วัน จึงจะสามารถกลับไปทำงานตามปกติได้
- ควรงดการขับรถเป็นเวลา 2 วัน
- ผู้ที่เข้ารับการรักษาอาจรู้สึกเคืองตา ไม่สบายตา น้ำตาไหล หรือรู้สึกคล้ายกับมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา อาการเหล่านี้จะหายไปภายใน 24 ชั่วโมง
- ระมัดระวังไม่ให้น้ำ ควันบุหรี่ หรือฝุ่นละอองเข้าตา หลีกเลี่ยงการขยี้ตา งดแต่งหน้าโดยเฉพาะบริเวณรอบๆดวงตาเป็นเวลา 2 วัน
กลับไปหน้าแรก